เนชั่นทีวี

ข่าว

สกสค.-ออมสิน อัด 5 พันล้านแก้หนี้ครู- แจงปมจ้างคนเกิน 65 ปี

11 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

สกสค.-ออมสิน อัด 5 พันล้านแก้หนี้ครู- แจงปมจ้างคนเกิน 65 ปี

สกสค. จับมือ ออมสิน นำร่อง 10 จังหวัด ทุ่ม 5,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วย แก้หนี้ครู พร้อมแจงปมจ้างบุคลากรอายุเกิน 65 ปี ยันทำถูกต้องตามระเบียบ

สกสค. จับมือ ออมสิน นำร่อง 10 จังหวัด ทุ่ม 5,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วย แก้หนี้ครู พร้อมแจงปมจ้างบุคลากรอายุเกิน 65 ปี ยันทำถูกต้องตามระเบียบ

KEY

POINTS

  • อัดฉีด 5,000 ล้านบาท นำร่องแก้หนี้: สกสค. ร่วมมือกับธนาคารออมสินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครู นำร่อง 10 จังหวัด (และเตรียมขยายไป 77 จังหวัดในปี 2567-2568) สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ 5,000 ล้านบาท เพื่อลดดอกเบี้ย ช.พ.ค. และปรับโครงสร้างหนี้ ภายใต้นโยบาย "ไม่ฟ้อง ไม่ยึดทรัพย์ ไม่ขายทอดตลาด และไม่ฟ้องล้มละลาย"

     
  • ช่วยครูจับต้องได้จริง: มาตรการที่ผ่านมาสามารถช่วยลดดอกเบี้ยให้ครูได้มากกว่า 230,000 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท และปรับโครงสร้างหนี้ได้อีกกว่า 8,868 ราย วงเงินรวมกว่า 14,917 ล้านบาท พร้อมอบรมสร้างวินัยการเงินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

     
  • แจงปมจ้างงานอายุเกิน 65 ปี: รองเลขาธิการ สกสค. ชี้แจงกรณีร้องเรียนเรื่องการจ้างบุคลากรอายุเกิน 65-70 ปี ว่าเป็นการตีความข้อกฎหมายคลาดเคลื่อน เนื่องจากเกณฑ์อายุไม่เกิน 65 ปีบังคับใช้เฉพาะตำแหน่ง "เลขาธิการ สกสค." เท่านั้น ส่วนตำแหน่งอื่นรวมถึง ผอ.สกสค. จังหวัด และรองเลขาธิการ สามารถปฏิบัติงานได้ถึงอายุ 70 ปีตามระเบียบบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรที่มีผลบังคับใช้มานานแล้ว

11 มิถุนายน 2569 ความคืบหน้ามาตรการ แก้หนี้ครู ครั้งใหญ่ หลัง ธนาคารออมสิน ผนึกกำลัง สกสค. และสหกรณ์ครูนำร่อง 10 จังหวัด อัดฉีดวงเงินดอกเบี้ยต่ำ 5,000 ล้านบาท ปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้นโยบายไม่ฟ้องไม่ยึดทรัพย์ พร้อมขยายผลครอบคลุมทั่วประเทศ ขณะเดียวกันรองเลขาธิการฯ ได้ออกมาชี้แจงข้อร้องเรียนเรื่อง ระเบียบการจ้างงาน บุคลากรวัยเกษียณอายุเกิน 65 ปี ยืนยันทุกขั้นตอนโปร่งใสและปฏิบัติตามข้อบังคับขององค์กรอย่างถูกต้องทุกประการ


ดร.พีระพันธุ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษา ร่วมกับธนาคารออมสินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 10 จังหวัดนำร่องจาก 4 ภูมิภาค เพื่อขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการช่วยลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ซึ่งขณะนี้ธนาคารออมสินอยู่ระหว่างเร่งพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม


นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังเตรียมสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศ ในวงเงินเบื้องต้น 5,000 ล้านบาท เพื่อนำไปปล่อยกู้ให้สมาชิกสหกรณ์ที่เป็นครูและบุคลากรทางการศึกษาในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย

 

“การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ได้แก่ สกสค. ธนาคารออมสิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู โดยมุ่งช่วยเหลือทั้งผู้กู้และผู้ค้ำประกัน พร้อมผลักดันมาตรการไกล่เกลี่ยหนี้ ลดการฟ้องร้อง ลดภาระของผู้กู้และผู้ค้ำ รวมถึงส่งเสริมวินัยทางการเงินเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครูอย่างยั่งยืน” ดร.พีระพันธุ์ กล่าว

ดร.พีระพันธุ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)

 

สำหรับโครงการนำร่อง มีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจาก 10 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เชียงราย นครพนม นครสวรรค์ สมุทรปราการ สุพรรณบุรี และสุราษฎร์ธานี เข้าร่วม โดยหลังจากนี้ สกสค. มีแผนขยายผลไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศต่อไป ดร.พีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2567-2568 สกสค. ได้ร่วมมือกับธนาคารออมสินช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ประสบปัญหาหนี้สินมาอย่างต่อเนื่อง


สามารถลดดอกเบี้ยให้ครูกว่า 230,000 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ปรับโครงสร้างหนี้ให้ครู 8,868 ราย วงเงินรวม 14,917 ล้านบาท ภายใต้นโยบาย “ไม่ฟ้อง ไม่ยึดทรัพย์ ไม่ขายทอดตลาด และไม่ฟ้องล้มละลาย” พร้อมจัดอบรมสร้างวินัยทางการเงินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 22,000 รายทั่วประเทศ

สกสค. แจงปมจ้างบุคลากรอายุเกิน 65 ปี ยันทำตามระเบียบ 

 

ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวถึงกรณีมีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณและการจ้างบุคลากรที่มีอายุเกิน 70 ปี ว่า ประเด็นดังกล่าวเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการตีความข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง สกสค. เป็นองค์กรในกำกับที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่ได้เป็นองค์การมหาชนเต็มรูปแบบ จึงต้องใช้ระเบียบการบริหารงานบุคคลของ สกสค. เป็นหลัก

 

โดยระเบียบที่กำหนดอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์นั้น ใช้เฉพาะตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. เท่านั้น ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงาน สกสค. จังหวัด และรองเลขาธิการ อยู่ภายใต้ระเบียบการบริหารทรัพยากรบุคคลของ สกสค. ซึ่งกำหนดให้สามารถปฏิบัติงานได้ถึงอายุ 70 ปี ทั้งนี้ แนวปฏิบัติดังกล่าวดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงขอยืนยันว่าการจ้างบุคลากรที่มีอายุเกิน 65 ปีในตำแหน่งที่ระเบียบกำหนดไว้ สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบของ สกสค. 

 

ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)