ประเด็นการแต่งตั้ง ราล์ฟ รังนิก
"หลังจาก โอเล่ พวกเขาตั้งผู้อำนวยการกีฬา ราล์ฟ รังนิก นั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเข้าใจ ชายคนนี้ไม่ใช่โค้ชด้วยซ้ำ ถ้าคุณไม่ได้เป็นแม้กระทั่งโค้ช คุณจะเป็นนายใหญ่ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ยังไง?
"ยูไนเต็ด ไม่ได้เดินตามเส้นทางสู่ความสำเร็จเหมือนกับทีมอื่น อย่างเช่น ลิเวอร์พูล, ซิตี้, เชลซี... ยูไนเต็ด ตามหลังทีมเหล่านี้ 1-2 ก้าว เพราะความผิดพลาดลักษณะนี้"
"ผมเคารพ รังนิก และเรียกเขาว่าเจ้านาย เหมือนกับโค้ชทุกคนที่ผมเคยผ่านมา แต่ลึกๆ ข้างใน ผมไม่เคยมองเขาเป็นเจ้านาย เพราะผมเห็นบางอย่างซึ่งผมไม่เห็นด้วย"
"เมื่อคุณเห็นกุนซือบางคนที่เข้ามาและอยากปฏิวัติบางอย่างในวงการฟุตบอลแล้วน่ะผมก็มักจะไม่เห็นด้วย แต่ท้ายที่สุดแล้วผมมาอยู่กับสโมสรเพื่อที่จะชนะให้ได้ และผมก็อยากช่วยทีมด้วยประสบการณ์ของผม ก็เหมือนกับทุกทีนั่นแหละว่าโค้ชบางคนไม่ยอมรับอะไรแบบนั้น"
"เมื่อคุณปลด โอเล่ โซลชา ออก คุณควรแต่งตั้งผู้จัดการทีมระดับท็อป ไม่ใช่ผู้อำนวยการกีฬา"
ประเด็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ถูกปลด
"ผมรัก โซลชา เขาเป็นคนระดับท็อป เป็นเรื่องยากในการรับงานหลังจาก เซอร์ อเล็กซ์ แต่ผมคิดว่าเขาทำได้ดี และเขาต้องการเวลามากกว่านี้ โซลชาร จะเป็นโค้ชที่ดีในอนาคต ผมพอใจมากที่ได้รวมงานกับเขา ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ"
เรื่องเหล่าดาวรุ่งในทีม
"ผมไม่คิดว่าพวกเขาไม่ได้เคารพผู้เล่นที่ประสบการณ์ หรืออายุมากกว่า แต่พวกเขาเกิดในยุคสมัยที่แตกต่างออกไป ทัศนคติของพวกเขาไม่เหมือนเดิม ความกระหายของพวกเขาแตกต่างออกไป ผมคิดว่าพวกเขาได้สิ่งต่างๆ มาง่ายดายกว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายไปหมด ทำให้พวกเขาไม่ได้รับผลกระทบ พวกเขาจึงไม่สนใจ"
"ผมไม่ได้หมายถึงแค่เฉพาะไม่กี่คนใน ยูไนเต็ด แต่หมายถึงดาวรุ่งในทุกทีมทุกลีกทั่วโลก พวกเขาไม่เหมือนกับยุคของผม แต่คุณก็โทษพวกเขาไม่ได้ เพราะนั่นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเทคโนโลยีใหม่ซึ่งทำให้พวกเขาไขว้เขวพวกเขารับฟังก็จริง แต่นั่นเป็นเหตุผลที่เรามีหูสองข้าง พวกเขารับฟังจากหูข้างหนึ่งและทะลุออกไปอีกข้าง"
"สำหรับผมนั่นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลก เพราะผมจำได้ว่าตอนผมอายุ 18, 19, 20 ปี ผมเฝ้าดูผู้เล่นที่ดีที่สุดอยู่เสมอ ฟาน นิสเตลรอย, เฟอร์ดินานด์, รอย คีน และ กิ๊กส์ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมประสบความสำเร็จอย่างยาวนาน เพราะผมเฝ้าดูพวกเขาเหล่านั้น และพยายามเรียนรู้"
"ผมไม่ใช่คนประเภทที่จะชอบให้คำแนะนำ เพราะผมชอบทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ผมใช้รายละเอียดต่างๆ แทนคำพูด เพราะอย่างที่ผมบอกไป พวกเขารับฟัง แล้วอีกสองนาทีก็ลืมและหันไปทำในสิ่งที่คิดว่าดีกว่า นั่นเป็นเหตุผลที่ผมใช้การกระทำเป็นตัวอย่าง และมีบางคนทำตาม แต่ก็ไม่มากนัก"
"ถ้าถามผมว่าเห็นอะไรในเหล่าดาวรุ่ง ยูไนเต็ด ผมอาจสามารถเอ่ยชื่อ ดีโอโก้ ดาโลต์ เขาอายุน้อย, เฉลียวฉลาด และเป็นมืออาชีพสุดๆ ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะมีอาชีพค้าแข้งที่ยั่งยืน ที่จริง (ลิซานโดร) มาร์ติเนซ กับ กาเซมีโร่ ที่อยู่ในช่วงวัย 30 ปีก็อาจจะเข้าข่ายนั้นได้เหมือนกัน แต่ผมขอเลือก ดาโลต์"
ประเด็นการสูญเสียลูกชาย
"นั่นอาจเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในชีวิตผม นับตั้งแต่พ่อผมเสีย, เมื่อคุณมีลูก คุณคาดหวังว่าทุกอย่างจะเป็นปกติ แล้วผมก็เจอปัญหานี้ การผ่านช่วงเวลานั้นอาจเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิตผม"
อย่างไรก็ตามการสูญเสียลูกก็ทำให้บรรดาแฟนบอลทั่วอังกฤษต่างส่งกำลังใจให้เขาอย่างล้นหลาม แม้กระทั่งทีมคู่ปรับอย่าง ลิเวอร์พูล ซึ่ง โรนัลโด้ บอกว่า "ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าพวกเขาจะทำแบบนั้น, ผมขอใช้โอกาสนี้ กล่าวขอบคุณทุกคนที่อังกฤษ สำหรับน้ำใจของพวกเขา ไม่ใช่แค่ ลิเวอร์พูล แต่ทั่วทั้งอังกฤษเลย ผมได้รับจดหมายจากราชวงศ์เช่นกัน และนี่คือเหตุผลที่ผมให้ความเคารพประเทศและผู้คนที่อังกฤษอย่างมาก"
การรับมือกับเสียงวิจารณ์
"ดูเหมือนว่าพวกสื่อต้องการเอาผมขึ้นหน้าหนึ่ง เพราะพวกเขารู้ว่าคนจะสนใจและขายข่าวได้มากขึ้น แต่ผมอายุ 37 ปีและเคยชินกับชีวิตแบบนั้นแล้ว พวกเขารอคอยจังหวะแบบนี้ เพราะพวกเขาไม่ชอบเห็นคนประสบความสำเร็จ และพยายามพูดถึงเรื่องแง่ลบเท่านั้น"
"ข้อดีของผมคือ ผมไม่ชอบอ่านข่าว, ผมรู้ว่า 99% คือเรื่องโกหก ผมสนใจเฉพาะผู้คนที่ชื่นชอบผมเท่านั้น ผมไม่เสียเวลากับคนที่ไม่ชอบผม"
คำวิจารณ์จากอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง เวย์น รูนีย์ หรือ แกรี่ เนวิลล์
"ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงวิจารณ์ผมหนักขนาดนั้น ผมไม่รู้ว่าเขาอิจฉาผมหรือเปล่า ผมไม่เข้าใจคนแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าพวกเขาแค่อยากจะขึ้นข่าวหน้าหนึ่ง หรืออยากได้งานใหม่ หรือด้วยเหตุผลอะไร บางทีอาจเป็นเพราะความอิจฉา เพราะเขาเลิกเล่นตั้งแต่อายุ 30 กว่า ส่วนผมยังเล่นในระดับสูงสุด มันเป็นเรื่องยากที่จะรับฟังคำวิจารณ์แง่ลบเหล่านั้นจากคนที่เคยเล่นร่วมกันคุณ อีกตัวอย่างก็เช่น แกรี่ เนวิลล์"
"พวกเขาไม่ควรรับฟังมุมมองจากด้านเดียว พวกเขาควรฟังมุมมองของผมเช่นกัน เพราะมันเป็นเรื่องง่ายในการวิจารณ์ เมื่อคุณไม่ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด"
"พวกเขาไม่ใช่เพื่อนผม เป็นแค่เพื่อนร่วมงาน เราไม่กินข้าวเย็นด้วยกันด้วยซ้ำ"
สำหรับการสัมภาษณ์ตอนที่ 2 มีกำหนดเผยแพร่ในคืนนี้