ส่วนการจัดทัพ โปรตุเกส นำมาโดย คริสเตียโน โรนัลโด ขณะที่ สเปน ที่เพิ่งเปลี่ยนโค้ชมาเป็น เฟอร์นันโด เอียร์โร วาง ดาบิด ซิลบา, อันเดรส อีเนียสตา และดิเอโก คอสตา ในแผงเกมรุก
ผลปรากฏว่าเพียงแค่ 4 นาทีแรก "ฝอยทอง" ขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ โรนัลโด ถูกทาง นาโช ทำฟาล์วในกรอบเขตโทษ และเป็น "ซีอารืเซเว่น" ลุกมาสังหารไม่พลาดทำให้ทีมออกนำไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามในนาทีที่ 24 สเปน มาตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ วางบอลยาวมาให้ ดิเอโก คอสตา หนีตัวประกบกองหลัง โปรตุเกส ถึง 3 คน ก่อนยิงด้วยขวาเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม
แต่แล้วในนาทีที่ 44 "ฝอยทอง" กลับมานำอีกครั้งจากจังหวะที่ กอนซาโล กูเอเดส จ่ายให้ คริสเตียโน โรนัลโด เจ้าเก่ายิงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ซึ่งบอลไปตรงตัว ดาบิด เด เคอา แต่นายทวารจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับทำซองแตกทำให้บอลไหลเข้าประตูไป พร้อมจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ดังกล่าว
เข้าสู่ครึ่งหลังในนาทีที่ 54 "กระทิงดุ" ตามตีเสมอได้อีกครั้งจากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา วางลูกฟรีคิกเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วเป็น เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ โหม่งชงให้ ดีเอโก คอสตา ชาร์จ่อๆเป็นประตู พร้อมเป็นลูกที่ 2 ของเจ้าตัวในเกมนี้
และนาทีที่ 58 สเปน เป็นฝ่ายแซงนำ 3-2 จากจังหวะที่กองหลังโปรตุเกสสกัดบอลในกรอบเขตโทษไม่ดี แล้วเป็น นาโช่ แฟร์นานเดซ วิ่งมาฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม
จนมาถึงนาทีที่ 88 โปรตุเกส มาได้ฟรีคิกระยะ 25 หลาหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น คริสเตียโน โรนัลโด ขอสังหารซึ่งเจ้าตัวกก็กดด้วยขวาเข้าไปอย่างสวยงาม พร้อมเป็นแฮตริกของ โรนัลโด และแฮตทริกแรกของศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย
จากนั้นไม่มีฝ่ายใดทำอะไรกันเพิ่มได้ทำให้จบเกม โปรตุเกส เสมอกับ สเปน ไปอย่างสุดมันส์ 3-3
จากผลดังกล่าวทำให้ โปรตุเกม และสเปน มีกันคนละ 1 แต้ม ตามหลังจ่าฝูงอย่าง อิหร่าน ที่เอาชนะ โมร็อกโก อยู่ 2 แต้ม