เนชั่นทีวี

ข่าว

ไอติม พริษฐ์ อัดรัฐบาลบีบวันซักฟอก จ่อขอ 5 วัน อภิปรายไม่ไว้วางใจ

16 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ไอติม พริษฐ์ อัดรัฐบาลบีบวันซักฟอก จ่อขอ 5 วัน อภิปรายไม่ไว้วางใจ

ไอติม พริษฐ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน อัดรัฐบาลบีบวันซักฟอก ยันยังไม่เคาะกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน ชี้ฝ่ายค้านรู้ดีสุด จ่อเสนอ 5 วันตามบรรทัดฐาน

ไอติม พริษฐ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน อัดรัฐบาลบีบวันซักฟอก ยันยังไม่เคาะกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน ชี้ฝ่ายค้านรู้ดีสุด จ่อเสนอ 5 วันตามบรรทัดฐาน

KEY

POINTS

  • ยังไร้ข้อตกลงเรื่องวันซักฟอก: "พริษฐ์" ยืนยันฝ่ายค้านและรัฐบาลยังไม่เคยหารือเป็นทางการเรื่องกรอบเวลา ชี้สภาฯ ไม่ใช่สาขารัฐบาล รัฐบาลจึงไม่มีสิทธิ์เคาะวันเองตามใจชอบ
  • เสนออ้างอิงบรรทัดฐานเดิม 5 วัน: ฝ่ายค้านจ่อขอเวลาอภิปราย 5 วัน (พูด 4 วัน ลงมติวันที่ 5) เนื่องจากรอบนี้มีรัฐมนตรีถูกอภิปรายมากถึง 18 คน ซึ่งมากกว่าทุกครั้งในอดีต
  • รอประธานสภานัดหารือ 3 ฝ่าย: ขั้นตอนถัดไปต้องรอประธานสภาตรวจญัตติเสร็จ และนัดประชุมร่วมวิปฝ่ายค้าน วิปรัฐบาล ก่อนนำข้อสรุปไปตกลงร่วมกับตัวแทน ครม.

16 ตุลาคม 2569 "พริษฐ์ วัชรสินธุ" ประธานวิปฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีการจัดสรรวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน หลังฝ่ายค้านยื่นญัตติเมื่อ 8 ต.ค. โดยระบุว่า รัฐบาลไม่ควรเอาตารางเวลาของตนเองมาบีบฝ่ายค้าน และยังไม่มีการตกลงกรอบวันซักฟอกรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ฝ่ายค้านเตรียมเสนอ ขอเวลาอภิปราย 5 วัน เพื่อให้การตรวจสอบและชี้แจงทำได้อย่างสมบูรณ์

 

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีการหารือกันอย่างเป็นทางการ หรือการตกลงกันใด ๆ ระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถึงจำนวนวันหรือห้วงเวลาและวันที่ ที่จะใช้สำหรับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา

นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่สาขาของรัฐบาล และการกำหนดวาระหรือแนวทางการทำงานในสภาเป็นสิ่งที่ต้องหารือร่วมกันทุกฝ่าย ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลจะกำหนดได้ด้วยตนเอง ยิ่งเมื่อเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นกลไกหลักที่ฝ่ายค้านใช้ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเป็นญัตติที่ฝ่ายค้านย่อมรู้ดีกว่าว่าจะมีเนื้อหาที่ครอบคลุมประเด็นอะไรบ้าง ยิ่งเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่รัฐบาลจะมากำหนดเองว่ากี่วันจะเพียงพอ หรือเอาตารางของตนเองมาบีบว่าจะมีเวลาให้ได้เพียงแค่กี่วัน

 

นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า ฝ่ายค้านเราเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจัดสรรเวลาที่เพียงพอสำหรับฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อกล่าวหา และสำหรับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการชี้แจงข้อกล่าวหา เหตุผลที่เราเสนอเวลาอภิปรายไว้ 5 วัน มาจากการอ้างอิงบรรทัดฐานในอดีต ที่หากย้อนไปดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมดภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 เราจะเห็นว่าทั้ง 4 ครั้งที่เป็นการอภิปรายนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีกหลายคนเป็นรายบุคคลนั้น ซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมดในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีการจัดสรรวันในการอภิปรายทั้งหมด 4 วันเต็ม และลงมติในวันที่ 5 เช่น เดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีรวมกัน 6 คน เดือนกุมภาพันธ์ 2564 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีรวมกัน 10 คน เดือนสิงหาคม-กันยายน 2564 มีการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีรวมกัน 6 คน และเดือนกรกฎาคม 2565 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีรวมกัน 11 คน

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ดังนั้น ด้วยปริมาณข้อมูลหลักฐานที่อยู่ในมือฝ่ายค้าน ณ เวลานี้ และด้วยการที่ครั้งนี้มีการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีเพิ่มขึ้น รวมกันเป็น 18 คน เราจึงเห็นว่าการจัดสรรเวลา 5 วันสำหรับการอภิปราย-ชี้แจงน่าจะมีความสมเหตุสมผล ทั้งนี้ ทางเราตระหนักดีว่าหากเสนอเวลาที่มากเกินจำเป็น เมื่อเทียบกับเนื้อหาสาระที่มีการอภิปราย ฝ่ายค้านก็จะถูกสังคมตัดสินเอง

 

นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า ในขั้นตอนถัดไป เมื่อประธานสภาฯ ตรวจญัตติเสร็จเรียบร้อย ตนเข้าใจว่าทางประธานคงจะมีการนัดประชุมหารือกันระหว่างวิปทุกฝ่าย หากที่ประชุมดังกล่าวได้ข้อสรุปร่วมกันเรื่องจำนวนวันและเวลา จึงจะเป็นขั้นตอนที่จะต้องหารือกับตัวแทน ครม. เป็นการต่อไป ถึงห้วงเวลาและวันที่ที่เหมาะสม 

 

ข่าวล่าสุด