ในรายการ"ข่าวข้นคนเนชั่น" ซึ่งดำเนินรายการโดย ธีระ ธัญไพบูลย์, กนก รัตน์วงศ์สกุล, ปรัชญา อรเอก เมื่อคืนวันที่ 20 มกราคม 59 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผบ.ทร. ให้สัมภาษณ์หลังมีประกาศจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ว่าไม่มีชื่ออยู่ในผู้มีสิทธิ์รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฟุตบอลฯ เนื่องจากไม่ได้ไปสมัครที่สมาคมฯ
ในคำถามถึงข่าวที่ออกมาว่าไม่มีสิทธิ์นั้น พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ไม่เห็นต้องแก้ไขอะไรเลย เพราะได้ปฏิบัติไปตามกฎข้อบังคับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่ถูกกำหนดหรือมีคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของ ฟีฟ่า
คือต้องเรียนอย่างนี้นะครับ ข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยข้อ 33 อะไรก็แล้วแต่ที่ว่านะครับ กำหนดไว้ว่าการรับสมัครนายกสมาคมหรือผู้ที่สมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ต้องยื่นใบสมัครต่อสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย อันนี้ใช่ครับ เป็นข้อบังคับของสมาคม แต่ในอดีตที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารสมาคมในอดีตนะครับก็ปฏิบัติหน้าที่อะไรก็แล้ว แต่จนทำให้ ฟีฟ่าเกิดความไม่ไว้วางใจ เมื่อฟีฟ่าเขาไม่ไว้วางใจเขาก็ออกคำสั่งว่าต่อไปนี้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยผู้บริหารชุดเก่านี้ไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยอีกต่อไป
โดยฟีฟ่าก็ได้ตั้งคณะกรรมการกลางการเลือกตั้งขึ้น คือมีพลเรือเอก สุรวุฒิ มหารมณ์ รวมกับการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉนั้น ชัดๆนะครับ ก็คือ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยอีกต่อไป
อดีตผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า อำนาจหน้าที่ที่ฟีฟ่ากำหนดไว้ คือให้คณะกรรมการกลางเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการ ถ้าพูดตรงๆก็คืออำนาจของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่มีแล้ว ดังนั้น ในการเลือกตั้งนายกฯสมาคมฟุตบอลครั้งนี้ ตนและทีมงานได้ไปยื่นใบสมัครกับคณะกรรมการกลางเลือกตั้ง(กกต.) หลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับพลเรือเอกสุรวุฒิ ปรึกษาอัยการซึ่งเป็นที่ปรึกษากฏหมายของกกต.ว่าในเมื่อสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยชุดปัจจุบันนี้ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องไปยื่นใบสมัครกับสมาคม ตนจึงไปยื่นใบสมัครกับกกต.ที่จะส่งใบสมัครของตนและคณะไปให้สมาคมเป็นผู้เก็บไว้
"สรุปก็คือ ณ วันนี้ ตามคำคำสั่งของฟีฟ่าสั่งไม่ให้คณะกรรมการหรือผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่แทนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยเข้ามามีส่วนยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ไม่จำเป็นที่ต้องไปยื่นใบสมัครกับสมาคมนะครับ ส่วนสมาคมจะออกหนังสือว่าผมทำไม่ครบถ้วนยังไง ในเมื่อคิดว่าตัวเองมีอำนาจในการจัดการเลือกตั้ง สมาคมจึงได้ออกจดหมายไปยังกรรมการกลางเลือกตั้งให้ตัดสิทธิผม ก็ตัวเองมีอำนาจก็ตัดสิทธิผมไปเลย ประกาศมาเลยให้มันชัดเจนว่า สมาคมจะตัดสิทธิผมไม่ต้องไปยืมมืออำนาจของคณะกรรมการกลางการเลือกตั้ง" พล.ต.อ.สมยศ กล่าวผ่านรายการ"ข่าวข้นคนเนชั่น
อดีตผบ.ตร.กล่าวต่อว่า พล.ร.อ.สุรวุฒิก็แถลงแล้วว่าสมาคมฟุตบอลไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดให้มีการเลือกตั้ง ดังนั้น การที่พ.อ.วรวุฒิ ทองศรีงาม ออกมาแถลงก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือ แถมพ.อ.วรวุฒิ ทองศรีงาม รักษาการเลขานุการสมาคมฟุตบอลฯ ยังเป็นผู้สมัครของในทีมงานนายชาญวิทย์ ผลชีวิน ซึ่งถามว่ามันชอบธรรมไหม สง่างามไหม เพราะการปฏิบัติหน้าที่ 2 อย่างถือว่าขัดแย้งกัน
"การปฏิบัติหน้าที่ของพันเอกวรวุฒิ เป็นที่น่าสะอิดสะเอียน น่าขยะแขยงมาก การที่เขาเป็นผู้สมัครและการที่เขามาออกหนังสือตัดสิทธิผม นี่ต้องการจะกำจัดผม ตัดสิทธิผมไม่ให้ผมลงสมัคร กลัวอะไรกันนักกันหนาเหรอครับ กลัวนักเหรอ ไอ้วัวส้นหลังว่ะเนี่ย กลัวแม้กระทั่งเสียงอีกาบินผ่านมา ผมไม่ใช้อีกานะ ผมเป็นนกอินทรีผมจะแดกวัวทั้งตัว"
เมื่อพีธีกรถามว่า พล.ต.อ.สมยศคิดว่าการที่ไม่รับรองชื่อลงสมัครชิงตำแหน่งครั้งนี้เพราะว่ามีปัญหาส่วนตัวใช่ไหม ซึ่งพล.ต.สมยศกล่าวว่า ไม่ใช่เลย เขาก็แค่มีผลประโยชน์ขัดแย้ง การตัดสิทธิตนเพราะต้องการตัดคู่แข่ง ตนจึงอยากถามว่าทีมของนายชาญวิทย์ ทีมนายวรวีร์กลัวอะไรกันนักหนา โดยเฉพาะพ.อ.วรวุฒิ อยากรู้ว่ากลัวอะไรตนนักหนา
ส่วนคำถามที่ว่า พล.ต.อ.สมยศระบุว่าฟีฟ่าสั่งให้สมาคมฟุตบอลไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่กฏของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กฏข้อที่ 33 นี้ ยังอยู่ไหมหรือถูกโละไปด้วยนั้น อดีตผบ.ตร.กล่าวว่า ในเมื่อฟีฟ่ามีคำสั่งยกเลิกหรือตัดอำนาจของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยออกไปแล้ว ก็จะไม่เหลืออะไรให้คุณมาปฏิบัติหน้าที่ ถ้าสมาคมคิดว่ายังมีอำนาจตามกฏข้อบังคับข้อ 33 ก็ออกคำสั่งตัดสิทธิเลย
"ในการที่จะลงรับสมัครเลือกตั้ง ทำไมคุณต้องทำหนังสือไปถึง FAT NC (คณะกรรมการกลาง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย) ในการตัดสิทธิผม แสดงว่าคุณยอมรับคุณไม่มีสิทธิ์ คุณไม่มีอำนาจมันชัดเจนอยู่แล้วครับ อันนี้มันชัดเจนใช้ไหมครับ"
พล.ต.อ.สมยศ ยังตอบคำถามว่าที่รู้มาก่อนไหมว่าจะโดนเล่นงานเรื่องไปสมัครคนละที่ว่า ได้ไปหารือพล.ร.อ.สุรวุฒิ และได้รับคำเตือนว่าเขาต้องเล่นเกมอย่างงี้ กฏข้อบังคมข้อ33 ต้องมาสมัครที่สมาคม ซึ่งการที่ไม่ไปสมัครที่สมาคมฯ พล.ร.อ.สุรวุฒิบอกว่าจะส่งสำเนาใบสมัครไปที่สมาคมให้สมาคมรับทราบ ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยมองว่า สมาคมหรือผู้บริหารสมาคม แค่ทำหน้าที่เป็นธุรการเท่านั้น ไม่มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้ง
ต่อคำถามว่า วันที่ 11 กุมภาพันธ์ วันเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกลางเลือกตั้งใช้ไหม พล.อ.สมยศกล่าวว่า ใช่ ฟีฟ่ามีคำสั่งชัดเจนว่าให้คณะกรรการกลางการเลือกตั้งที่มีพล,ร.อ.สุรวุฒิ เป็นผู้รับผิดชอบ กับการกีฬาแห่งประเทศไทย
"ผมไม่รู้จะฟังใครนะครับ วันนี้ผมจะฟ้องคุณ คุณกนก คุณธีระ คุณปรัชญา จำไว้นะครับจำคำพูดผมไว้นะครับว่าสิ่งที่สมาคมชุดเก่าหรือยุคเก่าที่เขาทำไว้เขาต้องการทำทุกอย่างให้มันปั่นป่วน อย่าลืมนะครับว่าฟีฟ่าเขาเฝ้ามองเราอยู่
อยากให้ไทยเป็นแบบคูเวต อยากให้ไทยเป็นแบบอินโดนิเซีย อยากให้ไทยเป็นแบบลาวใช่ไหมครับ แล้วจะได้รู้ว่าเมื่อฟีฟ่าเขาแบนไทย เขาไม่ให้ไทยส่งทีมฟุตบอลไปแข่งในลีกนานาชาติที่รับรองโดยฟีฟ่า อะไรจะเกิดกับประเทศไทย วงการฟุตบอลของประเทศไทยจะตกต่ำขนาดไหน เอายังงี้นะผมบอกตรงๆเลยผู้ที่มีอำนาจหรือเคยบริหารสมาคมฟุตบอลในอดีตเขากำลังจะศูนย์เสียอำนาจ เขากลัวผมใช่ไหมครับ กลัวผมเข้ามาที่จะรื้อฟื้นหรือจะมาเปิดปมดูว่าทำอะไรกันไว้กันนักกันหนา กลัวอะไรกันกันนักกันหนาครับ ผมบอกเลยว่าวงการฟุตบอลตกต่ำเพราะคนพวกนี้และครับ"
พีธีกรถามว่า ด้วยเหตุนี้หรือป่าวที่มีคลิปอดีตผู้ที่มีอำนาจในสมาคมไปปรากฏตัวอยู่กับผู้สมัครคนหนึ่ง ซึ่งพล.อ.สมยศกล่าวว่า สิ่งที่ตนเคยพูดั้งแต่ก่อนจะลงรับสมัครเลือกตั้งว่าตนเป็นตำรวจ จะมาจับคนทำผิด มาจับคนที่ไม่ถูกต้องของวงการฟุตบอล วันนี้ก็จับผิดให้เห็นแล้วว่า ประเด็นที่ 1 ตนจับผิดนายวรวีร์ มะกูดี ที่ถูกฟีฟ่าหรือคำสั่งฟีฟ่าแบนห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลหรือกิจกรรมฟุตทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ว่าคุณวรวีร์ ได้เดินทางไปยังอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปร่วมประชุมกับ ทีมสมาชิกฟุตบอลสโมสรในโซนจังหวัดภาคใต้ ร่วมกับนายชาญวิทย์ ผลชีวิน อันนี้ก็คือสิ่งที่ตนจับผิดนายวรวี และขอฟ้องกับสังคมว่ากำลังฝ่าฝืนคำสั่งฟีฟ่าที่ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลในทุกกรณี
ประเด็นที่ 2 ตนจับผิดหรือจับโกหกคำโตของนายชาญวิทย์ ผลชีวิน ซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของวงการกีฬาวันนี้นายชาญวิทย์หลอกลวงสังคม ที่บอกว่าไม่ได้เป็นนอมินีของนายวรวีร์ ไม่ได้เป็นตัวแทนของนายวรวีร์ แต่นายชาญวิทย์เดินทางไปสงขลา บินเที่ยวบินเดียวกัน เครื่องเดียวกันและก็กลับเครื่องบินเที่ยวเดียวกัน แถมไปนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน ไปนั่งประชุมสมาชิกสโมสรโซนจังหวัดชายแดนภาคใต้โต๊ะเดียวกัน และก็มีภาพปรากฏในคลิปชัดเจน อันนี้ถือว่านายชาญวิทย์หลอกลวงคนไทยทั้งประเทศ
"ตามคลิปเลยครับคุณกนก คุณธีระ คุณไปดูเลย ไปประชุมด้วยกัน ไปเที่ยวบินด้วยกันแต่บอกไม่รู้จักกัน คนระดับชาญวิทย์ ผลชีวิน เป็นผู้ตรวจการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หลอกลวงประชาชนต่อแล้วก็มีไอ้คนหน้าด้านคนหนึ่งออกมาพูดบอกว่า ไอ้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องบังเอิญ โอ้โห ผมนี้รับไม่ได้เลยครับ คุณคิดว่าคนไทยทั้งประเทศโง่เหรอ คนไทยไม่ได้กินหญ้ากินฟางนะครับ คุณมาหลอกคนไทยได้ไง ผมไม่ได้โง่ ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศไม่ได้โง่อย่างที่เขาคิดหรอก เขาพูดมาเขานะโง่กว่าคนไทยทั้งประเทศ"
พล.อ.สมยศยังยินยันว่า ในคลิปก็เห็นชัดว่า เดินด้วยกัน นั่งอยู่ในโต๊ะเดียวกัน และลุกจากโต๊ะและก็เดินออกมา และอยากให้ดูคลิปยาวๆดูหน้านายวรวีร์และนายชาญวิทย์ ที่ไปกินร้านอาหารเดียวกัน และระบุว่า ตนได้นำคลิปนี้ไปยื่นให้พล.ร.อ.สุรวุฒิ เพื่อร้องเรียนสิ่งที่ทุกคนทำนี้มันทำให้วงการฟุตบอลไทยเสื่อมเสียหาย และอยากให้หยุดทำให้ประเทศไทยขายหน้าชาวต่างชาติได้แล้วพิธีกรถามคำถามสุดท้ายว่า วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งนายกสมาคม พล.อ.สมยศมั่นใจว่าจะเกิดเหตุขึ้นอีกไหม ซึ่งอดีตผบ.ตร.ยอมรับว่า ไม่สามารถที่จะคิดได้ เพราะตอนนี้งงไปหมดแล้วว่าวงการฟุตบอลมันเกิดอะไรขึ้น วันที่ 11 จะมีเลือกตั้งหรือไม่ไม่มีไม่เป็นไร ตนในฐานะเป็นผู้สมัครก็เหมือนนักมวยจะขึ้นชก กติกาว่ายังไงจะให้ชกวันไหนก็พร้อมที่จะปฏิบัติ
"กลัวอะไรกันกันนักกันหนาครับ ผมบอกเลยว่าวงการฟุตบอลตกต่ำเพราะคนพวกนี้และครับ"
สัมภาษณ์เปิดใจ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้สมัครชิงตำแหน่งนา...สัมภาษณ์เปิดใจ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯประเด็น สมาคมฟุตบอลฯ ไม่ส่งชื่อชิงนายกสมาคม
Posted by ข่าวข้น คนเนชั่น on Wednesday, January 20, 2016