รู้จัก "พะยูน" หรือ "เจ้าหมูน้ำ"
จากข้อมูลในเว็บไซต์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระบุว่า พะยูน เป็นสัตว์สงวนแห่งท้องทะเล มีรายละเอียดดังนี้
- ชื่อเรียก : หมูน้ำ หมูดุด ดูหยง เงือก วัวทะเล และดูกอง
- ขนาดแรกเกิด : 1-1.5 ม. / หนักประมาณ 20 กก.
- ลำตัว : รูปกระสวยคล้ายโลมา , สีเทาอมชมพู หรือน้ำตาลเทา
- หายใจ : ทุก 1-2 นาที
- อาหาร : หญ้าทะเล
พะยูน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเล เชื่อว่าพะยูนเคยอาศัยหากินอยู่บนบก โดยมีบรรพบุรุษที่ใกล้เคียงกับบรรพบุรุษของช้าง เมื่อประมาณ 55 ล้านปีมาแล้ว สายพันธุ์ของพะยูนได้มีวิวัฒนาการลงไปอยู่ในน้ำ และไม่กลับขึ้นมาอยู่บนบกอีกเลย เช่นเดียวกับพวกโลมาและปลาวาฬ
ตัวบ่งชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของ "หญ้าทะเล"
ขณะที่ในเว็บไซต์ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ระบุถึงความสำคัญของเจ้าหมูน้ำ ว่า พะยูนกินพืชเป็นอาหาร โดยเฉพาะ "หญ้าทะเล" ชนิดต่างๆ ตามแนวชายฝั่ง และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ไม่ห่างจากบริเวณที่มีแหล่งหญ้าทะเลหนาแน่น และกว้างใหญ่เพียงพอ จึงถือได้ว่าพะยูนเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศหญ้าทะเลได้เป็นอย่างดี
อีกทั้ง หญ้าทะเล ยังมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลเป็นอย่างมาก เป็นทั้งออกซิเจน แหล่งอาหาร แหล่งที่อยู่อาศัย ที่วางไข่และหลบซ่อนศัตรู ช่วยลดมลพิษในทะเล ปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น รวมทั้งช่วยป้องกันการพังทลายของชายฝั่งได้ดี ในบริเวณที่มีหญ้าทะเลขึ้นอยู่ จึงจัดเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตในทะเลไทยอีกด้วย
ของเสียกลายเป็นปุ๋ยที่มีคุณค่า
การที่พะยูนกินหญ้าทะเลเป็นอาหาร จึงปล่อยของเสียออกมาเป็นปุ๋ยที่มีคุณค่า เป็นอาหารแก่สัตว์น้ำขนาดเล็ก และปลาขนาดใหญ่ สอดคล้องกับ นักวิจัยจาก James Cook University ในออสเตรเลีย ที่พบว่า เมล็ดหญ้าทะเลที่ผ่านระบบย่อยอาหารของสัตว์อย่าง พะยูนและเต่าทะเล งอกเร็วกว่าและมีอัตราการงอกที่สูงกว่าเมล็ดที่หลุดมาจากต้น
เปิดความเชื่อที่สร้างกันมา เกี่ยวกับพะยูน
ข้อมูลกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังระบุถึงความเชื่อบางอย่างเกี่ยวกับพะยูน เช่น กระดูกพะยูน สามารถนำไปทำยาโด๊ป และรักษาโรคมะเร็ง ส่วนเขี้ยวพะยูน นำไปเป็นเครื่องรางของขลัง ความเชื่อเหล่านี้ถือเป็น ความเชื่อแบบผิดๆ ทำให้พะยูนยังเป็นที่ต้องการของตลาดมืด
สิ่งที่จะช่วยแก้ไขได้ คือ การเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลที่เป็นจริงว่า กระดูกหรือเขี้ยวพะยูน ไม่สามารถนำไปรักษาโรคหรือของขลังแต่อย่างไรเลย เป็นเพียงความเชื่อที่สร้างขึ้นมา
รู้ไว้เผื่อได้ใช้ วิธีช่วยสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม หากพบเกยตื้น คุณช่วยได้ ดังนี้
- จัดตำแหน่งให้ตัวสัตว์ให้ตั้งตรง
- เข้าหาตัวสัตว์อย่างนุ่มนวล โดยเข้าหาสัตว์จากทางด้านข้าง
- การพยุงตัวสัตว์ เพื่อลดอาการบาดเจ็บจากการเกยตื้น
- ขุดแอ่งน้ำรอบตัวสัตว์ แล้วตักน้ำทะเลเติมเข้าไป
- หรือ ใช้เบาะลมรองตัว เมื่อพื้นด้านล่างแข็ง
- หรือ ประคองตัวสัตว์ไว้ในน้ำ (กรณีคลื่นลมสงบ)
- ใช้ผ้าชุบน้ำรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง และหมั่นราดน้ำให้ความชุมชื่นแก่ผิวหนัง
- ปกป้องครีบข้าง ดวงตา และรูหายใจ
- ระวังไม่ให้น้ำ หรือ สิ่งแปลกปลอมเข้ารูหายใจ
- ระวังสิ่งแปลกปลอมทำอันตรายต่อดวงตา
- รวบครีบข้างแนบชิดกับลำตัว
- ลดความเครียดที่เกิดกับสัตว์
- สร้างสิ่งกำบังป้องกันปัจจัยภายนอก เช่น พายุ แสงแดด และฝน
ทั้งนี้ ทาง ทช. ได้แนะนำการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก โดยเฉพาะประเภทที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทั้ง โลมา วาฬ และพะยูน หากพบติดอวน เบ็ด หรือเกยตื้นจากการหลงทิศ หรือป่วย ถ้ายังสมบูรณ์แข็งแรงดีให้รีบปล่อยคืนสู่ทะเลตามวิธีการที่ถูกต้อง
หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้ง ทช. หรือเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นเพื่อประสานหน่วยงานมาที่กรม ทช. ในแต่ละพื้นที่ต่อไป
ทำความรู้จัก "พะยูน" >> คลิกที่นี่
วิธีช่วยเหลือชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น >> คลิกที่นี่
อ้างอิงจาก :
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ศูนย์ข้อมูลกลางด้านทรัพยากรทางทะเล
คลังความรู้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
https://www.komchadluek.net/quality-life/environment/558229
https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9620000078954
เพจ Boontohhgraphy
https://www.abc.net.au/.../seagrass-grows.../100419004
https://www.nationtv.tv/news/foreign/378838311
วิกิพีเดีย