ปภ. ผนึกกำลัง "เหยี่ยวไฟ-KA32" ลุยสยบไฟป่า “ลำปาง” คืนอากาศดี
04 เม.ย. 2569

อธิบดี ปภ. นำทีมลงพื้นที่ลำปาง ผนึกกำลัง "เหยี่ยวไฟ" ภาคพื้นดิน และ KA-32 สนับสนุนทางอากาศ เสริมกำลัง 2 ทาง ร่วมสยบไฟป่าในพื้นที่
ข่าว
04 เม.ย. 2569

อธิบดี ปภ. นำทีมลงพื้นที่ลำปาง ผนึกกำลัง "เหยี่ยวไฟ" ภาคพื้นดิน และ KA-32 สนับสนุนทางอากาศ เสริมกำลัง 2 ทาง ร่วมสยบไฟป่าในพื้นที่
4 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมคณะผู้บริหาร ปภ. เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ “เหยี่ยวไฟ” ณ ศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่า (ส่วนหน้า) กรมป่าไม้ (Warroom) เพื่อติดตามการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 โดยมี นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามสถานการณ์ อธิบดี ปภ. เน้นย้ำการประสานพลังทุกภาคส่วนเข้าควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงสูงอย่างทันท่วงที โดย ปภ.พร้อมสนับสนุนทีมปฏิบัติการภาคพื้นเต็มกำลัง
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งกำลังประสบปัญหาจากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานในระดับพื้นที่ เร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเข้าพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด หากพบผู้ฝ่าฝืนให้ชุดลาดตระเวนจับกุมดำเนินคดีทันที รวมถึงดูแลสุขภาพประชาชน ตลอดจนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าว เพื่อสร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันอย่างเต็มกำลัง
นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าวต่อว่า จากการติดตามข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) แบบเรียลไทม์มาอย่างต่อเนื่อง ขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำสถิติและสภาพอากาศย้อนหลังมาเปรียบเทียบเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์ทิศทางลม โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 6 - 9 เมษายน 2569 ซึ่งทางจังหวัดลำปางได้มีการกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังและจุดเสี่ยงไฟป่าไว้ รวม 64 จุด โดยรอบพื้นที่ดอยพระบาท ประกอบกับมีการวางแผนส่งชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ขยายวงกว้าง พร้อมผนึกกำลัง "เหยี่ยวไฟ" ภาคพื้นดิน และ KA-32 สนับสนุนทางอากาศ โดยชุดปฏิบัติการ “เหยี่ยวไฟ” เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่มีความเชี่ยวชาญในการเข้าระงับเหตุไฟป่าในพื้นที่สูงชันและเข้าถึงยาก
และ ปภ. มีความพร้อมที่จะร่วมสนับสนุนทีมปฏิบัติการภาคพื้นดินอย่างเต็มกำลัง ควบคู่ไปกับปฏิบัติการทางอากาศ โดยปัจจุบัน ปภ. ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 จำนวน 2 ลำ พร้อมทีมกู้ภัยประจำอากาศยาน (The Guardian Team) ประจำการ ณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนภารกิจบินทิ้งน้ำดับไฟป่าร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่ลาดชันและป่าลึกที่เจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าถึงได้ยาก
“การวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำและการผสานพลังระหว่างปฏิบัติการทางอากาศและกำลังภาคพื้นดิน คือหัวใจสำคัญในการปกป้องสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ในการเผชิญสถานการณ์และคืนอากาศบริสุทธิ์ให้พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด” อธิบดี ปภ. กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นเหตุไฟป่าหรือได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านแอปพลิเคชัน “Thai Disaster Alert” เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุได้ทันที
ข่าวล่าสุด