“อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ คือ ทางสมาคมฯ ได้เลือกกระสุนปืนในการแข่งขันจากผู้ผลิตกระสุนปืนในเมืองไทยของบริษัท ไทยอามส์ จำกัด เพื่อร่วมสร้างโอกาสในการแสดงศักยภาพของผู้ผลิตชาวไทย อันเป็นการผสานจุดแข็งของการกีฬา และทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมส่งเสริมศักยภาพการกีฬายิงปืนรณยุทธ และการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยควบคู่กัน โดยกระสุนปืนที่ใช้ในการแข่งขันจะต้องมีคุณลักษณะพิเศษทาง technical ที่เป็นไปตามข้อกำหนด และมาตรฐานเฉพาะ สำหรับการแข่งขันในระดับโลกและต้องตอบโจทย์การแข่งขัน IPSC Handgun World Shoot ครั้งนี้ด้วย” นายวรวิทย์ กล่าว
นายวีรพงศ์ ช่วงแก้ววิเศษ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไทยอามส์ จำกัด ผู้ผลิตกระสุนปืนระดับแนวหน้าของประเทศไทยในฐานะที่ได้รับการคัดเลือกเป็น World Shoot 2022 Official Match Ammunition ผู้ผลิตกระสุนปืนสำหรับใช้ในการแข่งขัน IPSC Handgun World Shoot 2022 อย่างเป็นทางการ กล่าวถึง ความพร้อมและโอกาสสำคัญในการได้รับเลือกจากสมาคมฯ ว่า ทาง ไทยอามส์ (THAI ARMS) มีความพร้อมทั้งด้านการผลิต และโนฮาวในการพัฒนากระสุนปืนที่สามารถตอบโจทย์การแข่งขันระดับ World shoot ซึ่งเรากับพันธมิตรหลัก คือ บริษัท ฟอนเทียร์ เมทัล โพเซสซิ่ง จำกัด (Frontier Metal Processing (Pty) Ltd.) บริษัทผู้ผลิตกระสุนปืนจาก South Africa ที่ทั่วโลกรู้จักและให้การยอมรับ ในการร่วมผลิตหัวกระสุน เพื่อให้ได้กระสุนปืนที่ดีที่สุด สำหรับใช้ในการแข่งขันรายการใหญ่ในครั้งนี้
“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่เราได้ถูกรับเลือกใช้กระสุนปืนสำหรับการแข่งขัน IPSC Handgun World Shoot 2022 อย่างเป็นทางการ นับเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นโอกาสสำคัญของ บริษัทไทยอามส์ (THAI ARMS ) ที่มากกว่าความสำเร็จทางด้านธุรกิจ คือ การได้มีส่วนร่วมส่งเสริมกีฬายิงปืนรณยุทธไทยบนเวทีโลก ในฐานะผู้ผลิตกระสุนปืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งยังเป็นโอกาสของภาคธุรกิจ และผู้ผลิตชาวไทยที่จะได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางด้านการผลิต และความก้าวหน้าในภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ผ่านการแข่งขันรายการใหญ่ระดับโลกอย่าง IPSC Handgun World Shoot 2022, Pattaya THAILAND ที่มียอดนักกีฬายิงปืนจากทั่วโลกได้ใช้ และไว้ใจในกระสุนปืนของไทยอามส์ ที่อาจส่งผลถึงการสนับสนุนด้านการส่งออกในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยในอนาคต ตอบสนองนโยบายรัฐในการผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเป็นเป้าหมายของ New S-curve ตัวที่ 11 ที่รัฐต้องการให้มีการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC ด้วยเช่นกัน”