ขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 63.7 ยอมรับการซื้อเสียงในการเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิก อบจ.ได้ เนื่องจาก เห็นว่า เป็นเรื่องปกติ และเป็นสินน้ำใจ ค่าเดินทาง, ร้อยละ 32.7 บอกว่า ยอมรับไม่ได้ เพราะเป็นการทุจริต ทำผิดกฎหมาย เป็นจุดเริ่มต้นการทุจริตคอร์รัปชัน
กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 83.6 บอกว่า รับเงินแล้ว จะไปเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิก อบจ. เพื่อไปใช้สิทธิตามหน้าที่ และถูกหัวคะแนนเช็กชื่อ และร้อยละ 14.6 บอกว่า ไม่ไป เพราะไม่ชอบการโกงกิน และเบื่อ ส่วนเมื่อรับเงินแล้ว จะไปเลือกคนที่จ่ายเงินให้หรือไม่นั้น ร้อยละ 44 บอกเลือก เพราะเป็นความคุ้นเคย และรู้จัก ได้รับเงินมาแล้ว และเห็นผลงานที่ผ่านมา และร้อยละ 56 บอกว่า ไม่เลือก เพราะต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ยึดมั่นใจจริยธรรมและความถูกต้อง
นอกจากนั้น ยังมีการคำนวณอัตราเฉลี่ยค่าใช้จ่าย ที่จะทำให้กลุ่มตัวอย่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งเปลี่ยนใจเลือกผู้สมัครคนอื่นได้ โดยผู้สมัคร อาจจะต้องจ่ายเงินสูงถึง 2,784 บาท ที่ทำให้กลุ่มตัวอย่างผู้มีสิทธิฯ เปลี่ยนใจเลือกผู้สมัครคนอื่นได้ เพราะถือว่า เป็นการให้เงินมากกว่าคู่แข่ง ต้องการเปลี่ยนแปลงหรือเป็นทางเลือกใหม่
ขณะที่ ประเด็นการทุจริตงบประมาณท้องถิ่นนั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 95.4 ทราบว่าประเทศไทยมีการทุจริต หรือการทุจริตงบประมาณท้องถิ่นมหาศาล โดยรับทราบจากสื่อ และข่าวสาร รวมถึงสังเกตได้จากคุณภาพงานที่ไม่ได้มาตรฐาน และพบเห็นในการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง และกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 4.6 ไม่รับทราบ เพราะไม่ได้สนใจ และไม่ได้ติดตามข่าวสาร และไม่มีประสบการณ์ตรง เข้าไม่ถึงข้อมูล และไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง รวมถึงยังมีกลุ่มตัวอย่ง ร้อยละ 93.6 อย่างมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่น และระดับจังหวัด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในระบบการเมือง ทำให้การเกิดตรวจสอบ และสร้างให้เกิดความยุติธรรม
ผลสำรวจ ยังระบุถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกนายก อบจ. และสมาชิก อบจ.ได้แก่ การเป็นทายาทหรือตระกูลการเมืองในพื้นที่ขอผู้สมัคร ร้อยละ 19.5, นโยบายการพัฒนาพื้นที่ ร้อยละ 15.4, ความน่าสนใจของผู้สมัคร ร้อยละ 14.3 และความสามารถในการบริหารงบประมาณ ร้อยละ 10
ส่วนความมั่นใจในระบบการเลือกตั้งท้องถิ่นปัจจุบัน จะได้คนดี มีความสามารถมากน้อยเพียงใดนั้น กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 66.3 เชื่อมั่นใจระดับปานกลาง, ร้อยละ 32.7 เชื่อมั่นมาก และร้อยละ 1 เชื่อมั่นน้อย
ส่วนหากผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นไม่มีนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน กลุ่มตัวอย่างจะเลือกหรือไม่นั้น ผลการสำรวจ ระบุว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 85 บอกว่า เลือก เพราะผู้สมัครอาจเป็นคนทำงาน หรือคุ้นเคยกัน มีผลงาน เข้าใจท้องถิ่น หรือไม่มีประวัติเสื่อมเสีย ตรวจสอบได้ และกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 15 บอกว่า ไม่เลือก เพราะไม่ซื่อสัตย์ ไม่โปร่งใสตั้งแต่เริ่มต้น
นอกจากนั้น กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 40.4 ยังบอกว่า เห็นด้วยหาก อบจ.มีการทุจริตคอร์รับชันบ้าง แต่มีผลงานและทำประโยชน์ในพื้นที่ เป็นเรื่องที่รับได้ แต่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 27.6 ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 32 บอกว่า ยังไม่แน่ใจ
ส่วนหากพิสูจน์ได้ว่า ผู้สมัครมีประวัติการทุจริตจะเลือกผู้สมัครคนนั้นหรือไม่นั้น กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม ร้อยละ 41 เท่ากัน บอกว่า ทั้งเลือก และไม่เลือก แต่ร้อยละ 17.8 บอกว่า ยังไม่แน่ใจ และกลุ่มตัวอย่าง ยังเชื่อว่า การเลือกผู้นำที่มีประวัติทุจริต จะส่งผลต่อการพัฒนาจังหวัด ทั้งโครงการพัฒนาไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน, เกิดความเหลื่อมล้ำ และงบประมาณถูกใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ
กลุ่มตัวอย่าง ยังระบุถึงมาตรการในการช่วยป้องกันการทุตริจในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า จะต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมองประชาชนในกรตรวจสอบ, เลือกคนดีเข้ามาบริหารท้องถิ่น และปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใส, เพิ่มอำนาจหน่วยงานตรวจสอบ และเพิ่มบทลงโทษให้รุนแรง
ทั้งนี้ จากผลการสำรวจทั้งหมด หากเจาะไปที่กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หรือ เฟิร์สโหวตเตอร์ ร้อยละ 20 ของกลุ่มตัวอย่าง ในประเด็นที่น่าสนใจ พบว่า ประชากรกลุ่มตัวอย่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก ส่วนใหญ่ ติดตามและจะไปเลือกตั้งท้องถิ่น ถึงร้อยละ 65.4 แต่ยังให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งนายก อบจ.ในระดับปานกลาง โดยมีแนวโน้ม ที่จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง ร้อยละ 54.5 ซึ่งแม้หากผู้สมัครไม่มีนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน กลุ่มเฟิร์สโหวตเตอร์ ร้อยละ 73.8 บอกว่า จะเลือก, และร้อยละ 52 บอกว่าผู้สมัครที่มีความคุ้นเคย เป็นสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจเลือกผู้สมัครคนนั้น
กลุ่มเฟิร์สโหวตเตอร์ ร้อยละ 56.1 ยังเชื่อว่า การซื้อเสียงสามารถชักชูงใจให้ประชาชนเลือกผู้สมัครที่ให้เงินได้ และร้อยละ 66.4 ยอมรับการซื้อเสียงในการเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิก อบจ.ได้ แต่ร้อยละ 67.9 บอกว่า ถ้าได้รับเงินแล้ว ก็จะไม่เลือกให้กับคนที่จ่ายเงินซื้อเสียงให้ และร้อยละ 54.4 บอกว่า จะไม่เลือกหากพิสูจน์ได้ว่า ผู้สมัครเคยมีประวัติทุจริต