คิดว่า “ผู้ให้เงินสนับสนุนพรรค” มักมีแรงจูงใจใดเป็นหลัก (เลือกได้ 2 ข้อ) พบว่าคำตอบอันดับหนึ่งคือคาดหวังผลประโยชน์ตอบแทน 53.53% และอันดับสองคือการต้องการเครือข่ายหรือความสัมพันธ์ทางสังคม–ธุรกิจ 49.21% ขณะที่แรงจูงใจเชิงอุดมการณ์หรือประโยชน์สาธารณะได้คะแนนต่ำกว่า เช่น สนับสนุนนโยบายที่ชอบ 24.98% อยากให้พรรคชนะเลือกตั้ง 19.09% ช่วยพรรค/ผู้สมัครที่รู้จัก 15.52% และอยากเห็นประเทศดีขึ้น 9.63%
ทั้งนี้หากพรรคที่คนสนใจมี “แหล่งเงินไม่ชัด/เสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน” จะทำอย่างไร พบว่า 37.01% ระบุว่าไม่ค่อยมีผลต่อการตัดสินใจ และ 31.96% ระบุว่ายังสนับสนุนได้หากผลงานดี ขณะที่ 17.34% เลือกชะลอและรอดูคำชี้แจงหรือหลักฐาน และมีเพียง 13.69% ที่ระบุว่าจะไม่สนับสนุนทันที สะท้อนว่า “ผลงาน” ยังมีน้ำหนักเหนือ “ที่มาของเงิน” ที่ผ่านมาท่านเคยสนับสนุนพรรคด้วยวิธีใดบ้าง (เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ) พบว่าคำตอบสูงสุดคือสะดวกแค่ไปออกเสียงเลือกตั้ง 79.17% รองลงมาคือช่วยสื่อสารหรือแชร์ข้อมูลนโยบาย 21.83% ขณะที่รูปแบบการสนับสนุนที่ต้องผูกพันมากขึ้นมีสัดส่วนต่ำ ได้แก่ร่วมรับฟัง/ช่วยตรวจสอบ 4.98% สมัครสมาชิก/จ่ายค่าบำรุง 3.73% และอุดหนุนเงินภาษีให้พรรค 2.41%
หากมีพรรคที่ “ตรงสเปก” จะสนับสนุนมากกว่าการไปเลือกตั้งหรือไม่ พบว่า ประชาชน 17.14% ตอบว่าสนับสนุนแน่นอน และ 18.59% ตอบว่าน่าจะสนับสนุน รวมเป็นฐานพร้อมหนุนเพิ่ม 35.73% ขณะที่กลุ่มยังไม่แน่ใจมี 24.02% ส่วนกลุ่มไม่น่าจะสนับสนุน 20.75% และไม่สนับสนุนแน่นอน 19.50% ซึ่งสะท้อนว่าความพร้อมในการสนับสนุนเพิ่มเติมยังอยู่ในระดับจำกัด และกลุ่มลังเลยังมีสัดส่วนสูง
ส่วนหากจะสนับสนุนพรรค ประชาชนต้องการสนับสนุนด้วยวิธีใด (เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ) พบว่าคำตอบอันดับหนึ่งคือช่วยสื่อสาร/แชร์นโยบาย 37.84% รองลงมาคือสะดวกแค่ไปเลือกตั้ง 35.85% และร่วมรับฟัง/ช่วยตรวจสอบ 19.83% ตามด้วยอุดหนุนเงินภาษี 17.68% สมัครสมาชิก/จ่ายค่าบำรุง 17.59% อาสาให้เวลา 14.07% ใช้ทักษะช่วยงาน 10.33% ขณะที่การสนับสนุนเป็นเงินมีเพียง 7.55%
หากมีพรรคตรงสเปก ยินดีสนับสนุนต่อเดือนเท่าไหร่ พบว่าประชาชน 30.14% ระบุว่าไม่สนับสนุนเป็นเงิน และ 29.86% ไม่สะดวกตอบ ส่วนกลุ่มที่ระบุจำนวนเงินได้มีสัดส่วนกระจุกที่ระดับ 51–100 บาท 11.39% และ 101–300 บาท 9.58% 301–500 บาท 6.81% 501–1,000 บาท 4.44% และตั้งแต่ 1,001 บาท ขึ้นไปเพียง 1.39%
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ (ดร.แดน) วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า จากผลไอเอฟดีโพลสะท้อนคนไทยอยากได้ “พรรคคุณภาพ” แก้เศรษฐกิจปากท้อง และผู้นำ “ดี–เก่ง–กล้า” แต่กลับไม่พร้อมสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมทางการเมือง เอาแต่เฉย บ่น ด่า แต่ไม่ได้สนับสนุนพรรคการเมืองที่ดีมีคุณภาพ ยอมจ่ายเฉพาะเรื่องที่ตนได้ประโยชน์ ทั้งที่การเมืองจะได้คนดี–เก่ง–กล้า ต้องมีต้นทุน อีกทั้งคนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจที่มาของเงินพรรค แม้เป็นเงินเทาหรือผลประโยชน์ทับซ้อน จึงเรียกว่า “เป็นความเศร้าของแผ่นดิน ที่คนไทยยังไม่เต็มใจในการทำบุญทางการเมือง” โดยขอร้องและมีความหวัง
“อยากให้คนไทย ลุกขึ้นเป็น "พลชาติ" มีความรับผิดชอบทางการเมือง โดยทำ “บุญทางการเมือง” ด้วยการสนับสนุนทั้งเงิน เวลา และความรู้-ความสามารถ เพื่อให้ประเทศได้พรรคและผู้นำที่มีคุณภาพ เพื่อนำพาประเทศก้าวหน้า”ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ย้ำ