เนชั่นทีวี

การเมือง

เปิดสภาฯ 10 ธ.ค. จับตาคาบเกี่ยวชวนระทึก หากยุบสภา แก้ รธน.แท้งไหม

29 พ.ย. 2568

เปิดสภาฯ 10 ธ.ค. จับตาคาบเกี่ยวชวนระทึก หากยุบสภา แก้ รธน.แท้งไหม

กดปุ่มเปิดสภาฯ 10 ธ.ค. เปิดขั้นตอนแก้ไข รธน.วาระสอง-สาม จับตาช่วงคาบเกี่ยวชวนระทึก หาก “นายกอนุทิน” ยุบสภา รธน.แท้งหรือไม่

29 พฤศจิกายน 2568 พลันราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้มีการเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ วันที่ 10 ธ.ค. 2568 และเปิดสภาสมัยสามัญวันที่ 12 ธ.ค.68 คอการเมืองต่างจับจ้องไทม์ไลน์การเมืองอันชวนระทึกนับจากนี้ เพราะจะมีสองเหตุการณ์ที่มีความเกี่ยวพันซึ่งกันและกันอยู่ และจะเป็นจุดชี้วัดอนาคต "รัฐบาลอนุทิน" จะไปต่อหรือพอแค่นี้
 

-เหตุที่เปิดสภาวิสามัญวันที่ 10 ธ.ค. เพื่อเป็นการพิจารณาร่างแก้ไขรธน.ที่ผ่านการพิจารณาของกมธ.วิสามัญฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในชั้นวาระสองจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมอะไรหรือก่อนลงมติเห็นชอบ และส่งไปรอลงมติวาระสามต่อไป
 

-ขณะที่การเปิดสภาสมัยสามัญวันที่12 ธ.ค. ถือเป็นวงรอบการเปิดเทอมสภาตามปกติ หากแต่มีวาระสำคัญที่ทุกคนจับตามองว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน เป็นรายบุคคล หรือทั้งคณะ หรือไม่ ซึ่งทราบกันมาก่อนหน้านี้แล้วว่า นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี ออกมาส่งสัญญาณ อาจจะประกาศยุบสภา ก่อนกำหนด เพื่อหวังไม่ให้เกิดมหกรรมด่าฟรี และหากนายกฯ อนุทินยุบสภาฯ ร่างแก้ไข รธน.ก็จะไม่มีการลงมติในวาระสามเนื่องจากต้องรอไว้ 15 วันก่อน ย่อมทำให้ รธน.ที่ปลุกปั้นกันมาในชั้น กมธ.มีอันตกไป เว้นเสียแต่ ฝ่ายค้านปรับเกม ไม่ยื่นญัตติอภิปราย ในช่วง 15 วันอันตราย ก็อาจต่อลมหายใจให้ร่างแก้ไข รธน. ผ่านสภาไปได้

 

 "พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2568" วันที่ 10 ธันวาคม 2568
 

 "พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2568" วันที่ 10 ธันวาคม 2568  
 

"พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 พ.ศ. 2568" วันที่ 12 ธันวาคม 2568
 

"พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 พ.ศ. 2568" วันที่ 12 ธันวาคม 2568

"ณัฐวุฒิ" ห่วงยุบสภาฯก่อนถกแก้ รธน.วาระ 3 หวั่นที่ทำมาสูญเปล่า
 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 พ.ย.68 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธาน กมธ.วิสามัญแก้ รธน.กล่าวว่า เมื่อพิจารณากฎหมายเสร็จทั้งหมด จะต้องมีการบรรจุร่างรายงาน ส่วนคำสงวนบางส่วนของผู้แปรญัตติ และกรรมาธิการที่เห็นต่าง เช่น นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. , นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สว.และอีกหลายคน ที่ไม่เห็นด้วยกับสูตร 20 หยิบ 1
 

ประธาน กมธ.กล่าวว่า ทาง กมธ.ฯ มีความห่วงใย คือ การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ จะแล้วเสร็จถึงวาระสามหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่เหมือนกับกฎหมายอื่น เมื่อพิจารณาวาระสองเสร็จรัฐธรรมนูญจะต้องรอไว้ 15 วันก่อนลงมติวาระ 3
 

"ในนามของกรรมาธิการจึงขอโอกาส อยากให้รัฐธรรมนูญที่เราลงทุนลงแรง รับหลักการอย่างเอกฉันท์ คณะกรรมาธิการประชุม 15 ถึง 16 ครั้ง ได้ผลิดอกออกผล กลายเป็นรัฐธรรมนูญที่ปลดล็อก แต่เราก็คิดถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่บ้าง แต่สำหรับพวกเราเองเราอยากผลักดันให้การแก้ไขรัฐครั้งนี้สำเร็จก่อนปีใหม่
 

ถ้าเป็นเช่นนั้นการยุบสภา หรือการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไข ที่อาจจะทำให้รัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จ พวกผมก็อยากขอโอกาสทำให้แล้วเสร็จ เพื่อเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนสูงสุด แต่เราก็พร้อมทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นหวังว่า จะไม่มีอะไรที่มาขัดขวาง หรือมาขัดแย้งกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรอบนี้" นายณัฐวุฒิ กล่าว

 

เปิดสภาฯ 10 ธ.ค. จับตาคาบเกี่ยวชวนระทึก หากยุบสภา แก้ รธน.แท้งไหม

 

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมยังเห็นตรงกัน ให้นำข้อความหมวด 1 และหมวด 2 จากรัฐธรรมนูญปี 2560 มาใส่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่มีการแก้ไขถ้อยคำ ส่วนจะมีกรรมาธิการคนอื่นเห็นเป็นอย่างไร ก็คงจะมีการไปลงมติในที่ประชุมรัฐสภา
 

เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองหากมีการยุบสภา ห่วงหรือไม่ว่าอาจจะทำให้สิ่งที่เราทำมาสูญเปล่าหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่เป็นห่วงเสียทีเดียวก็ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ กมธ.ฯเคยพูดคุยเรื่องนี้ในตอนต้นของการประชุมเราควรจะโฟกัสที่เนื้อหามากกว่า จึงมีการวางสถานการณ์การเมืองไว้ก่อน แต่เชื่อว่าน่าจะไม่มีการยุบสภาก่อนพิจารณาวาระ 2 เสร็จสิ้น
 

ส่วนจะมีการพิจารณาถึงวาระ 3 หรือไม่เนื่องจากมีการรอระยะเวลา 15 วันนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า แม้จะบอกว่าไม่ได้ห่วงขนาดนั้น แต่ในเมื่อเราเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว จะเห็นว่าการปลดล็อกการแก้รัฐธรรมนูญเกิดยากมากในรอบ 8 - 9 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงจะเป็นโอกาสที่ดีที่ใกล้เคียงที่สุด ในการจะนำไปสู่การแก้ไขได้ จึงไม่อยากให้มีอุปสรรคหรือปัญหาทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นมาเป็นข้อจำกัดหรือเป็นปัญหาต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
 

แนะฝ่ายค้านใช้กลไกอื่นตรวจสอบรัฐบาลดีกว่ายื่นซักฟอก ทำรธน.แท้ง
 

"ความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นเชื่อมั่นตรงกับกรรมาธิการหลายท่านว่า ในเมื่อระยะเวลาแค่ 15 วันก่อนลงมติวาระ 3 อาจจะใช้กลไกการตรวจสอบรัฐบาลในรูปแบบหลากหลาย ซึ่งฝ่ายค้านทุกพรรคไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชนพรรค พรรคเพื่อไทย ก็ดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นในปัจจุบัน

ดังนั้นขอให้รออีกไม่เกิน 15 ถึง 16 วันได้หรือไม่ ก่อนจะมีสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงใดๆ พวกเราอยากให้เป็นเช่นนั้น และผม ก็สนับสนุนความคิดของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่าไม่ควรจะเอาสองเรื่องมาผูกกัน เพราะจะสะท้อนว่ารัฐบาลจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่" นายณัฐวุฒิ กล่าว

 

สำหรับการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของรัฐสภา
 

การขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภา และให้รัฐสภาพิจารณาเป็น 3 วาระ ดังนี้
 

วาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ
 

การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งในจำนวนนี้ต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา

 

วาระที่ 2 ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา
 

การพิจารณาในวาระที่ 2 ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา โดยการออกเสียงในวาระที่ 2 นี้ ให้ถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ แต่ในกรณีที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ประชาชนเป็นผู้เสนอต้องเปิดโอกาสให้ผู้แทนของประชาชนที่เข้าชื่อกันได้แสดงความคิดเห็นด้วย เมื่อการพิจารณาวาระที่ 2 เสร็จสิ้นแล้วให้รอไว้ 15 วัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว ให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่ 3 ต่อไป

 

วาระที่ 3 ขั้นสุดท้าย
 

การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่ 3 นี้ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา โดยในจำนวนนี้ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา

 

 4. การรอไว้ภายหลังร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ผ่านวาระที่ 3
 

การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อมีการลงมติเห็นชอบแล้ว ให้รอไว้ 15 วัน หลังจากนั้น ให้นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
 

ทั้งนี้ การรอไว้ 15 วัน เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกันมีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา หรือของทั้งสองสภารวมกัน แล้วแต่กรณี มีสิทธิเข้าชื่อกันเสนอความเห็นต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก หรือประธานรัฐสภาแล้วแต่กรณี ว่าร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวขัดต่อมาตรา 255 หรือมีลักษณะตามมาตรา 256 หรือไม่

 

เปิดสภาฯ 10 ธ.ค. จับตาคาบเกี่ยวชวนระทึก หากยุบสภา แก้ รธน.แท้งไหม