ส่วนในทางการข่าวได้มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าการซ้อมรบครั้งนี้มีนัยยะอะไร
ผบ.ทร. กล่าวว่า เรื่องของนัยยะมีความชัดเจนอยู่แล้ว เพราะความตึงเครียดมันเกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ทำให้ความตั้งใจของรัฐบาลมันถูกถ่ายทอดไปยังกองทัพต่างๆ
“กองทัพเรือกัมพูชา เขาว่างเว้นจากเรื่องนี้มานาน เมื่อมีคำสั่งมา เขาก็ต้องแอ็คชั่น เป็นผม ผมก็ต้องทำ ไม่งั้นก็ไม่ต้องเป็นแล้วผู้บัญชาการทหารเรือ ถ้าคุณไม่สามารถเตรียมความพร้อมตามที่รัฐบาลสั่งได้”
ผบ.ทร. กล่าวต่อว่า ในส่วนของกองทัพเรือไทย ช่วงนี้มีการตรวจความพร้อมในพื้นที่ที่เราดูแล เรามีพื้นที่ติดกับกัมพูชาตั้งแต่ จ.จันทบุรี ถึง จ.ตราด ซึ่งมีกองกำลังป้องกันชายแดนดูแลอยู่
ตนได้สั่งการให้ไปดูแลความพร้อมของทุกหน่วย ซึ่ง ผบ.กองกำลังได้ดำเนินการเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องออกข่าวอะไรมากมาย ส่วนกำลังทางเรือในพื้นที่ติดกับกัมพูชา เรามีหมู่เรือป้องกันชายแดน (ปชด.) ฉก.182 นปก.เกาะกูด ซึ่งเราก็เพิ่งฝึกยิงอาวุธจริงไป ไม่จำเป็นต้องโชว์ เราฝึกของเราทุกปี
เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ตึงเครียด และมีคำสั่งจากรัฐบาลให้ผลักดันฝ่ายกัมพูชาออกไปนอกเขตพื้นที่ กองทัพเรือมีความพร้อมในการสนับสนุนกองทัพบกอย่างไร
“ขอให้รัฐบาลร้องขอมาได้เลย เรามีแผนแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับป้องกันชายแดน หรือแผนป้องกันประเทศ อยู่ที่สั่งการจากส่วนกลาง หรือจะให้กองทัพเรือพัฒนาแผนขึ้นมาใหม่ก็ได้ ให้เราตีจากพื้นที่ที่เรารับผิดชอบขึ้นไปช่วยที่ช่องบก ฝ่าขึ้นไป ถ้าสั่งมาเราก็พร้อมทำ” พล.ร.อ.จิรพล กล่าวว่า
ส่วนการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงของกัมพูชา จะทำให้กระแสเรื่องของเกาะกูดกลับขึ้นมาอีกครั้งหรือไม่
ผบ.ทร. กล่าวว่า มันไม่น่าเกิดเหตุเรื่องนี้ เพราะกำลังของกัมพูชาจะอยู่ด้านบนเป็นส่วนใหญ่ พื้นที่ที่อยู่ตรงข้ามกับที่กองทัพเรือดูแลอยู่ เราก็เฝ้าระวังหาข่าวอยู่ตลอด ถ้าเขาขยับเราก็พร้อมขยับ
ส่วนที่สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ภาพกับศาลาตรีมุข ทำให้มีคนไทยออกมายืนยันว่าศาลานี้สร้างโดยประเทศไทย ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งมองอย่างไร
พล.ร.อ.จิรพล บอกว่า มันเป็นการสร้างภาพ สร้างสถานการณ์ ตนไม่อยากก้าวล่วงเรื่องข้อมูล เพราะมันเกินอำนาจหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบดูแลอยู่ แต่ในฐานะที่รับผิดชอบกองทัพเรือ ขอบอกให้ทุกคนได้ทราบว่า กองทัพเรือมีความพร้อมที่จะสนับสนุนกองทัพบก และกองทัพอากาศ ตามที่รัฐบาลสั่ง จะอะไรก็ตามเรามีความพร้อม
ส่วนการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพเฉพาะกิจช่วงบ่ายวันนี้ จะมีวาระเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเตรียมความพร้อมของกองทัพให้ 100% หรือไม่
ผบ.ทร. ยอมรับว่า มีแน่นอน เพราะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้า เราจึงต้องมาพูดคุยกัน ใครต้องการให้สนับสนุนอะไร ข้ามเหล่าทัพกันแบบไหน และแชร์ความเข้าใจให้ตรงกันทางด้านข่าวสาร เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด
เมื่อถามว่า ถือเป็นการเตรียมความพร้อมของกองทัพครั้งแรกหรือไม่
พล.ร.อ.จิรพล ย้ำว่า ไม่ใช่ เรามีการเตรียมความพร้อมในรูปแบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่สถานการณ์ในปัจจุบันมันถูกพัฒนามาถึงขั้นนี้ จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเนื้อหาการประชุมให้สอดคล้องกับสถานการณ์
เมื่อถามว่า มีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องผลักดันทหารกัมพูชาที่ล้ำเข้ามาในระยะ 200 เมตร
"แผ่นดินที่เป็นของไทย มันก็ไม่ควรจะให้มีใครเข้ามาใช้ประโยชน์ เมื่อเขาเข้ามาเราก็ต้องผลักดันออกไป" พล.ร.อ.จิรพล กล่าวว่า