ปมสอง "สว.สีน้ำเงิน" ถือเป็นก้างขวางคอ "ทักษิณ-ขุนพลเพื่อไทย" เพราะทำให้แรงต่อรองของ "เนวิน-เครือข่ายสีน้ำเงิน" เพิ่มทวีคูณ เนื่องจากต้องอาศัยเสียงของ สว.สีน้ำเงิน ในการผ่านร่างกฎหมาย ที่สำคัญช่องทางของวุฒิสภาในการยื่นตรวจสอบกรณีต่างๆ สามารถเล่นงานคู่แค้นได้อย่างรวดเร็ว
ยิ่ง "ทักษิณ-เพื่อไทย" วางเกมแตกหัก ใช้บริการของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) สอบปม "ฮั้วเลือก สว." ยิ่งทำให้ "สว.สีน้ำเงิน" ไม่พอใจ จนภูมิใจขวางทุกเรื่อง โดย "ทักษิณ" ส่งสัญญาณว่า "เรื่องของ สว.ไม่เป็นอะไร เรื่อง สว. เป็นเรื่องของสว."
ปฏิบัติการของ "นายใหญ่-ขุนพลสีแดง" ต้องการตี "สว.สีน้ำเงิน" ให้แตกตัวออกจากกัน การสอบ "ฮั้วเลือก สว." กว่า 2 หมื่นคน มีเป้าหมายแยกปลาออกจากน้ำ หาก สว.คนใดให้ความร่วมมือมีโอกาสกันมาเป็นพยาน ก่อนจะตีโอบให้มาอยู่ร่วม "ค่ายสีแดง"
ยุทธวิธีดังกล่าว ไม่ง่ายเหมือนคิด เพราะ สว.สีน้ำเงิน แพ็กกันค่อนข้างเหนียวแน่น จึงติดตามว่า "ทักษิณ-ขุนพลเพื่อไทย" จะใช้วิธีจัดการกับ สว.สีน้ำเงิน อย่างไร
ปมสาม "วงในรัฐบาล" มีแนวคิดเปิดเวทีทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อลด "มวลชนต่อต้าน" เพิ่ม "แนวร่วมสนับสนุน" ถือเป็นโจทย์ใหญ่มาก ซึ่งที่ผ่านมาการสื่อสารของ "ขั้วรัฐบาล" เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ "เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์" ซึ่งมี "กาสิโน" เป็นส่วนหนึ่งมีน้อยมาก
แตกต่างจาก "มวลชนต่อต้าน" สามารถยกหลากหลายเหตุผล มาจุดประเด็นให้มีแนวร่วมมากขึ้น จาก "กลุ่มหลอมรวมประชาชน" มาสู่หลายกลุ่มต้านร่วมลงชื่อคัดค้าน จนทำให้รัฐบาลยอมถอย
"ทักษิณ" อธิบายว่า "การไม่เห็นด้วยของคนบางคน ที่ใช้คำว่ากาสิโน ซึ่งมันไม่ใช่กาสิโน เป็นส่วนเล็กๆ ของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ใช่กาสิโนเป็นหลัก คนที่มาต่อต้านก็จะพูดแต่กาสิโนอย่างเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่บิดเบือน"
เมื่อธงของ "ทักษิณ-ขุนพลเพื่อไทย" คือการสานฝันให้เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เกิดขึ้นให้ได้ การทำความเข้าใจกับ "มวลชน" เพื่อให้เกิด "แนวร่วมสนับสนุน" จึงสำคัญอย่างมาก
ทั้งหมดคือ 3 ปมที่ "ทักษิณ-นายกฯแพทองธาร" ต้องเร่งปฏิบัติการ หากต้องการผลักดันให้ประเทศไทยมี "เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์" ซึ่งมี "กาสิโน" เป็นส่วนหนึ่งสำเร็จ
ที่มาข้อมูล : กรุงเทพธุรกิจ