กรณีที่มีข้อสั่งการให้กลับมารายงานความคืบหน้าภายใน 15 วัน จะได้เห็นผลในด้านใดบ้าง พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ กล่าวว่า จะเห็นผลด้านการปราบปราม โดยในระยะเวลา 1 เดือนจะมีการประเมิน โดยให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวจิราพร สินธุไพร เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะมีการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้เพื่อหารือ และดำเนินมาตรการเชิงรุกในการปราบปราม
พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ ยังเปิดเผยด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้สอบถามเรื่องปัญหาคอลเซ็นเตอร์ โดยจเรตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกธัชชัย ปิตะนีละบุตร ก็ได้รายงานข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องที่กระทบความเป็นอยู่และสภาพเศรษฐกิจของประชาชน ซึ่งเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าก็เป็นเรื่องของสุขภาพด้วย และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศด้วย
วางกรอบ 30 วัน ปราบบุหรี่ไฟฟ้า ต้องเห็นผล
เวลาต่อมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความภายหลังการประชุมร่วมกับผบ.ตร. ถึง นโยบายการปราบบุหรี่ไฟฟ้าโดยเฉพาะในเยาวชน-พื้นที่ใกล้โรงเรียน ต้องปราบปรามจริงจัง และใช้มาตรการกฎหมายอย่างเข้มงวด
"วันนี้พูดคุยกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และนางสาว จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้ช่วยดูแลเรื่องนี้เป็นหลัก พูดคุยกันถึงมาตรการคุมเข้ม และปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ขอให้ทุกฝ่ายดูแลอย่างเข้มงวด พื้นที่ใกล้โรงเรียน-สถานศึกษาต้องไม่มีการขายให้เยาวชน
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของบุหรี่ไฟฟ้า และข้อกฎหมายให้กับประชาชนได้เข้าใจอย่างถูกต้อง เริ่มต้นที่การจัดการกับผู้นำเข้า seal ทุกจุด และจับกุมผู้ขายอย่างจริงจัง ซึ่งได้ให้ไทม์ไลน์ 30 วัน กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และกรมศุลกากรในการปราบปรามอย่างเด็ดขาด
นายกรัฐมนตรึ ยังย้ำว่า เรื่องการปราบปรามนี้เป็นการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ถือเป็นหน้าที่ร่วมกันของทุกคนในสังคม จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกคน ทุกภาคส่วน ให้ช่วยดูแลเยาวชนในสังคม หากพบเห็นการขายให้แก่เด็ก และเยาวชน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อไป