นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการกวดขันกวาดล้างจับกุมการขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยา และอุปกรณ์ต่อเนื่องผิดกฎหมาย ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองจำนวนมาก ว่ามีตำรวจในบางพื้นที่ปล่อยปละละเลย บางแห่งกลับปล่อยให้ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษา และตนยังได้รับเอกสาร “ลับ” เรื่องธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้าสีเทา มูลค่ากว่า 5พันล้านต่อปี รวมทั้งแผนผังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า
ทั้งอุปกรณ์และน้ำยาจากต่างประเทศ ผ่านช่องทางต่างๆ โดยระบุว่ามีเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ทั้งผู้ดูแลสินค้าน้ำเข้าที่ด่านพรมแดน ช่องทางธรรมชาติ 51 แห่ง เพราะบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ได้ผลิตในไทยและไม่ได้ตกลงมาจากบนฟ้า
ขณะที่รายงานฉบับดังกล่าว พบว่า มีเกือบทุกจังหวัดโดยเฉพาะใน กทม. พบเกือบทุกเขต 50 เขต ที่มีการเปิดร้านขายอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้ากันอย่างโจ่งครึ่ม ไม่สนใจตำรวจ บางแห่งถึงขั้นลงโฆษณาในโซเชียล และบางแห่งทำหน้าร้านชนิดที่ไม่เกรงกลัวใดๆ ทำให้สังคมเกิดข้อกังขาว่า เจ้าหน้าที่ตั้งแต่หน้าด่านที่ควบคุมสินค้าต่างๆ และตำรวจทุกหน่วยที่มีหน้าที่ปราบปราม จับกุม ทั้งหน้าร้านและในโซเชียล รู้เห็นเป็นใจและรับสินบนจากร้านค้าขายของผิดกฎหมายเหล่านี้หรือไม่
ทั้งนี้รายงานดังกล่าวมีการรวบรวมรายชื่อของร้าน จุดที่ตั้ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ การจ่ายส่วยสถานีตำรวจที่รับผิดชอบทั่วประเทศ ที่กล่าวหาว่ามีการรับส่วยเดือนละ 5,000 -10,000 บาท / ร้านค้า ส่วนผู้นำเข้าเจ้าละกว่า 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของร้านและเมืองท่องเที่ยว
นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ในพื้นที่เขตคันนายาว คลองสามวา กทม. ภายใต้ความรับผิดชอบของ สน.คันนายาว กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นเพียง 1 โรงพักจากกว่า 50 เขตในนครบาล และอีกกว่า 500 อำเภอภายใต้ความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธร ซึ่งหลังจากตนเห็นรายงานในเอกสารลับ ระบุหลายจุดในพื้นที่ เขตคันนายาว คลองสามวา
"ผมก็ได้โทรศัพท์สอบถามกับ พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผู้กำกับการ สน.คันนายาว เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาว่า มีในพื้นที่หรือไม่ และขอให้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งผู้กำกับก็ยืนยันกับผมอย่างหนักแน่นว่า ในพื้นที่ของ สน. คันนายาว ไม่มีร้านค้าเปิดขายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่อเนื่อง ผิดกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งขัดแย้งต่อข้อมูลที่ได้รับรายงานในบัญชีลับ บุหรี่ไฟฟ้ายานรก ของเด็กและเยาวชน ทำให้น่าสงสัยว่าร้านเหล่านี้เปิดเป็นร้านเป็นเรื่องเป็นราว บางแห่งมีตู้แดงสายตรวจติดอยู่ไม่ไกลนัก ห่างจากโรงเรียนไม่ถึง100 เมตร เหตุใดจึงไม่ทราบ ซึ่งตนจะตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่คนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับสินบน หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพื่อเอาผิดทางวินัย และทางอาญาต่อไป"
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า มีผู้ปกครองร้องเรียนมา ว่าในพื้นที่เขตคลองสามวา-คันนายาว เปิดเป็นจำนวนมาก หลายแห่งมีนักเรียนเข้าไปซื้อเป็นจำนวนมากจนผิดสังเกต ถึงขนาดเจ้าของร้านเถื่อนเหล่านี้ต้องแปะกระดาษประกาศ ห้ามนักเรียนในเครื่องแบบเข้าซื้อเลยทีเดียว ตนขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง และผู้บังคับบัญชา ให้เห็นใจหัวอกพ่อแม่
ที่ผ่านมามีเด็กและเยาวชนจำนวนมากเข้าไปซื้อทั้งน้ำยาและอุปกรณ์ จนทำให้กิจการเหล่านี้รุ่งเรือง ซึ่งหากไม่มีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ ก็จะไม่สามารถเปิดจำหน่ายได้ ทั้งนี้ ตนจะรวบรวมข้อมูลและพฤติกรรมของสถานีตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ส่งให้กับนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป