ด่วน! กรรมการบอร์ด DSI เสนอเลื่อนพิจารณารับ "คดีฮั้วเลือก สว." เป็นคดีพิเศษ
25 ก.พ. 2568 | katatep_lue

ด่วน! กรรมการบอร์ดดีเอสไอ เสนอเลื่อนพิจารณารับ "คดีฮั้วเลือก สว." เป็นคดีพิเศษ แนะ ขอให้เชิญ กกต. มาชี้แจง
การเมือง
25 ก.พ. 2568 | katatep_lue

ด่วน! กรรมการบอร์ดดีเอสไอ เสนอเลื่อนพิจารณารับ "คดีฮั้วเลือก สว." เป็นคดีพิเศษ แนะ ขอให้เชิญ กกต. มาชี้แจง
25 กุมภาพันธ์ 2568 จากกรณีการประชุมของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ครั้งที่ 2/2568 เมื่อช่วงเวลา 13.30 น. ที่ผ่านมา โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะกำกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เป็นประธานกรรมการ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม รองประธานกรรมการ และกรรมการโดยตำแหน่ง 9 ราย (ขาดประชุม 1 ตำแหน่ง คือ ผบ.ตร.) รวมถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ อีก 7 ราย (ขาดประชุม 2 คน คือ พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสอบสวนคดีอาญา และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ทำให้มีกรรมการเข้าร่วมประชุมเพียง 19 ราย จากทั้งหมด 22 ราย เพื่อพิจารณา 2 วาระสำคัญที่จะมีการเสนอขอมติรับเป็นคดีพิเศษ
ได้แก่ เรื่องสืบสวนที่ 151/2567 กรณี การคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่มีกระบวนการหรือพฤติการณ์ที่มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ซึ่งมีพฤติการณ์อันอาจเป็นความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และประมวลกฎหมายอาญา ส่วนอีกวาระ คือ เรื่องสืบสวนที่ 9/2568 กรณี การทุจริตสวมสิทธิ์ยางพาราไทย กระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและความมั่นคงของเกษตรกรไทย ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 25 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า เรื่องสืบสวนที่ 151/2567 การร้องขอให้ตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้มีมติเห็นชอบให้เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) หรือการเป็นคดีความผิดทางอาญาอื่น เนื่องด้วยพิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องนี้เป็นการกระทำความผิดต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (3) มาตรา 209 (อั้งยี่) ประกอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 107 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ว่า ระหว่างการประชุมของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ปรากฏว่ากรรมการทั้งหมดได้มีการดีเบตเรื่องข้อมูลกัน จนท้ายสุดกรรมการได้เสนอให้มีการเลื่อนลงมติออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่าต้องเชิญ กกต. เข้ามาชี้แจง ส่วนรายละเอียดความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง เนื่องด้วยการแถลงผลการประชุมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังคงมีกำหนดการเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ต่อมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะกำกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ พิจารณาเรื่อง การฮั้ว เลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 เป็นคดีพิเศษ ภายหลังใช้เวลาประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง
นายภูมิธรรม เปิดเผยหลังการประชุมว่า มติในคณะกรรมการการประชุมพิเศษในวันนี้ ส่วนใหญ่เห็นว่า ควรเลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นวันที่ 6 มีนาคม พร้อมให้เหตุผลว่าภายหลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้รับเรื่องจากผู้ร้องเรียน กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งเรื่องให้กับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ก่อนที่ทาง กกต.จะส่งหนังสือกลับมายังดีเอสไอให้ดำเนินการสืบสวนซึ่งการประสานงานดังกล่าว เป็นการประสานงาน ระหว่างหน่วยงานในระดับเลขานุการ ไม่ได้ผ่านอนุกรรมการคัดกรองของดีเอสไอ จึงถือว่าเอกสารยังดำเนินการไม่ถูกต้องตามขั้นตอน ทำให้ต้องกลับไปดำเนินการให้ถูกต้อง รวมถึงยังต้องเชิญ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เข้ามาให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมการคดีพิเศษ ในวันที่ 5 มีนาคม ก่อนที่จะมีการพิจารณาในการรับเป็นคดีพิเศษอีกครั้งในวันที่ 6 มีนาคม เพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้ง และให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยจะต้องกลับไปตรวจสอบให้ชัดเจนและโปร่งใสครบถ้วน ซึ่งในวันที่มีการพิจารณาจะมีตัวแทนของ กกต.เข้าที่ประชุมพิจารณาคดีพิเศษด้วย
ส่วนข้อมูลทางคดีที่จะเข้ามาพิจารณารับเป็นคดีพิเศษนั้นที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าเรื่องดังกล่าวมีมูลในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และในข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการสืบสวนและขยายผล นอกเหนือจากพยานหลักหลักฐานที่ได้มาเบื้องต้น
การดำเนินคดีทางอาญา ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจเต็มที่ แต่ในส่วนของกฎหมายการเลือกตั้ง เป็นอำนาจของทางกกต. ที่ต้องดำเนินการ แต่หากพูดคุยกันแล้ว กกต.ไม่ดำเนินการ ทางดีเอสไอ ก็มีอำนาจที่จะดำเนินคดีกฎหมายการเลือกตั้งควบคู่กับคดีอาญาไปด้วยได้ แต่ยังคงต้องมีการพูดคุยระวังหน่วยงานให้ชัดเจน
ส่วนกรณีที่สังคมตั้งประเด็นว่าเรื่องดังกล่าวมาจากประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง นายภูมิธรรม ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะหากพบว่าคนในรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาลกระทำความผิด หรือมีแนวโน้ม หรือต้องสงสัยก็ต้องว่าไปตามขบวนการ ยืนยันว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้มุ่งเน้นไปเพื่อแก้แค้นใคร และไม่กดดันในการทำหน้าที่ เพราะหากไม่ดำเนินการตรวจสอบก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน
ส่วนท่าทีของสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ที่ออกมาตอบโต้ฝั่งของดีเอสไอว่าไม่มีอำนาจ หน้าที่ในการดำเนินการเรื่องนี้นั้น นายภูมิธรรม ยืนยันว่าตัวเองไม่รู้สึกกดดัน และดำเนินการสอบสวน ตามข้อกฎหมาย ส่วนใครจะกระทำความผิดหรือไม่ให้เป็นดุลยพินิจของศาล แต่การพิจารณาต้องดำเนินการต่อเนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันนิติบัญญัติ ที่เป็นสถาบันหลักของชาติ และเป็นที่สนใจของประชาชน จะต้องทำด้วยความระมัดระวัง โดยไม่ใช้อำนาจบริหารในการแทรกแซง