พ.ร.ป. กกต. มาตรา 49 บัญญัติว่า...
“เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ (กกต.) ว่าหน่วยงานของรัฐหรือพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องการกระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองไว้พิจารณา และคณะกรรมการเห็นว่าเป็นการสมควรที่คณะกรรมการจะดำเนินการเองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งให้หน่วยงานของรัฐหรือพนักงานสอบสวนนั้นโอนเรื่องหรือส่งสำนวนการสอบสวนเกี่ยวกับการกระทำความผิดนั้นมาให้คณะกรรมการเพื่อดำเนินการต่อไป…ในกรณีเช่นนี้ให้หน่วยงานของรัฐหรือพนักงานสอบสวนโอนเรื่องหรือส่งสำนวนการสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองมาให้คณะกรรมการภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว”
มีการตีความว่า กกต.เป็นผู้มีอำนาจเลือกว่า จะรับคดีมาทำเอง หรือโอนให้หน่วยงานใดทำ รวมถึงดีเอสไอ
และจะว่าไป หนังสือรายงานผลการสืบสวนที่ดีเอสไอ ส่งถึง กกต.เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตอนท้ายก็มีการสอบถาม กกต. ว่าประสงค์จะรับเรื่องนี้ไว้ดำเนินการสอบสวนเองหรือไม่
นี่คือข้อความท้ายหนังสือ... “กรมสอบสวนคดีพิเศษขอความอนุเคราะห์ ให้ กกต. ได้กรุณาแจ้งยืนยันมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ภายในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ว่ามีความผิดทางอาญาใดบ้างที่ กกต. ประสงค์จะรับไว้ดำเนินการสอบสวนเอง และความผิดทางอาญาใดบ้างที่ กกต.ประสงค์ จะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้ดำเนินการสอบสวน หรือ กกต. จะรับดำเนินการสอบสวนเองในการกระทำความผิดทางอาญาทุกข้อกล่าวหา ทุกฉบับกฎหมาย หรือประสงค์จะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้ดำเนินการ…”
และคณะกรรมการ กกต. ก็ส่งหนังสือตอบดีเอสไอ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง ว่า ยังไม่ได้เสนอ กกต.ชุดใหญ่พิจารณาเรื่องนี้ จึงยังตอบไม่ได้
ฉะนั้นก็ต้องรอลุ้นว่า ดีเอสไอจะเชื่อตาม พ.ต.อ.ทวี รับเป็นคดีพิเศษโดยไม่รอ กกต.ชี้ขาดหรือไม่ หรือว่าจะต้องเลื่อนการพิจารณาออกไป เพื่อรอดูท่าทีของ กกต.