ขณะที่ พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมฯ วุฒิสภา กล่าวว่า การได้มาซึ่ง สว.ในครั้งนี้ มาโดยรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มาโดยสมาคมหรืออั้งยี่ การกล่าวหาเกินเลยจากข้อเท็จจริง อันเป็นองค์ประกอบของความผิดตามกฎหมาย รัฐสภา คณะรัฐมนตรี องค์กรอิสระ หรือหน่วยงานของรัฐ ก็ดี ต้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพื่อความสงบเรียบร้อยและความผาสุขของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก การจะมากล่าวหาว่าองค์กรของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ ใช้อำนาจนิติบัญญัติแทนประชาชน เป็นกระบวนการที่มิชอบด้วยกฎหมาย มีความมุ่งหมายที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เป็นการกล่าวหาใส่ความ ซึ่งผู้ใดก็ตามที่กล่าวหาใส่ความว่า สว. ที่ได้มาครั้งนี้ โดยไม่มีความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ สมาคมอั้งยี่ หรืออะไรก็แล้วแต่ เป็นการใส่ความให้เกิดความเสียหายและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนในกระบวนการนิติบัญญัติ ดังนั้นผู้ดำเนินการตรงนี้ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐก็ดี หรือผู้บริหารบ้านเมืองก็ดี ต้องรับผิดชอบ
"ผู้ที่เข้าสู่กระบวนการคัดเลือก สว. แต่ไม่ได้รับเลือกเข้ามา แล้วมากล่าวหาว่ากระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องรับผิดชอบ ส่วนรายละเอียดของกฎหมายทุกคนคงรู้ว่า ลักษณะกฎหมายเป็นอย่างไร จึงขอฝากทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ชัดเจน ว่ากฎหมายเป็นหลักในการปกครองบ้านเมือง ประการสำคัญขณะนี้มีกระบวนการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยวิธีการฉ้อฉลและบิดเบือน อำนาจทุจริตในวงกว้าง และพยายามแก้เพื่อนำไปสู่วิกฤตรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ใช้ในปัจจุบัน พยายามแก้ปัญหาและขจัดคนไม่ดี คนทุจริตฉ้อฉล มาบริหารบ้านเมือง แต่ขบวนการนี้ย้อนกลับมาอีกครั้ง เพื่อให้เกิดวิกฤตรัฐธรรมนูญให้ได้ และทำให้ประชาชนเกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่อง เป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันเพื่อดำรงอยู่ของการเคารพกฎหมาย และความผาสุขสงบเรียบร้อย ใครก็ตามที่บังอาจบิดเบือนฉ้อฉล ไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องรับผิดชอบ" พันตำรวจเอกกอบ กล่าว
เมื่อถามว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาดูกรอบในการดำเนินการ ว่าทำได้แค่ไหนอย่างไร โดยจะประสาน กกต. เพื่อสอบถามเรื่องที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนว่าไปถึงไหน เพื่อนำผลการตรวจสอบมาเป็นข้อมูลประกอบ และรวบรวมกับข้อกฎหมายที่จะดำเนินการต่อไป
ส่วนรู้สึกอย่างไรที่ถูกกล่าวหา นายมงคล กล่าวว่า ไม่สบายใจ เพราะหน่วยงานที่มีอำนาจทำหน้าที่ตรวจสอบอยู่แล้ว ตนและรองประธานวุฒิสภา ทั้ง 3 คน ได้รับการตรวจสอบ และได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นประธานวุฒิสภา โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว ต่อมาได้ให้ความร่วมมือกับ กกต. ในการตรวจสอบ ขอข้อมูลอะไรมาก็ให้ กกต. ตรวจสอบตลอด หากพบผู้ใดกระทำผิดก็ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ของ กกต. ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง แต่เหตุไฉนหน่วยงานที่ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ อยู่ดีๆก็มาให้ข่าวมาออกข่าว ซึ่งเราต้องปกป้องสิทธิ ศักดิ์ศรี ของวุฒิสภา
เมื่อถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกลเกมการเมืองหรือไม่ พันตำรวจเอก กอบ กล่าวว่า ถ้าจะมองให้รอบคอบ การใช้กฎหมายมาอ้างอิงในการดำเนินคดีกับวุฒิสภาในครั้งนี้ เป็นการใช้ข้อกฎหมายไม่ตรงตามข้อเท็จจริง การที่กลุ่มบุคคลกระทำการเช่นนนี้ โดยมี รมว.ยุติธรรม ดำเนินการ มองได้แล้วว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ โดยการอ้างกฎหมายอาญามาใช้โดยมิชอบ เป็นการใช้กฎหมายเพื่อสร้างปัญหาให้กับการบริหารการปกครองบ้านเมือง มีกลุ่มคนที่ไม่สำนึก ไม่เคารพกติกากฎเกณฑ์ของบ้านเมือง เพื่อสร้างวิกฤตรัฐธรรมนูญ การใช้กฎหมายอาญามาตรา 116 มาอ้างว่า กลุ่มที่สมัคร สว. ที่ได้รับการรับรองจาก กกต.แล้ว ไปยุยงปลุกปั่นก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เพื่อให้ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง อันนี้ถ้ามองด้วยหลักกฎหมายที่ถูกต้อง ผู้ที่ทำการนี้เป็นพวกกล่าวหา นำเรื่องไปให้ดีเอสไอต่างหาก ที่พยายามบั่นทอนความมั่นคง 3 เสาหลักของระบอบประชาธิปไตย เรามีอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ซึ่งรัฐธรรมนูญให้อำนาจตรวจสอบถ่วงดุลกับ 3 อำนาจนี้
ดังนั้นการที่ ดีเอสไอ หรือรัฐมนตรี กล่าวหาเป็นการบิดเบือนและฉ้อฉลอำนาจตามรัฐธรรมนูญ จะเป็นการเมืองหรือไม่ ท่านก็พิจารณาได้ ลักษณะอย่างนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในบ้านเมือง เพราะตอนนี้มีปัญหาเกิดขึ้นรอบด้าน ปัญหาที่คณะรัฐมนตรีต้องไปแก้ไขมากมายทำไมไม่ไปทำ มาสั่นคลอนกระบวนการนิติบัญญัติมันใช่หรือไม่ รัฐสภาเป็นองค์กรที่ใช้นิติบัญญัติแทนประชาชน จะมายุแยงยั่วยุ หรือปลุกปั่นประชาชน กล่าวหาฝ่ายนิติบัญญัติ แสดงว่าบ้านเมืองไม่ได้ปกครองด้วยกฎหมาย เมื่อไม่มีการปกครองโดยใช้กฎหมายจะเอาหลักอะไรมาบริหารประเทศ อยากรู้ว่าจะแก้ปัญหารอบด้านแนวชายแดนอย่างไร ต้องให้ต่างประเทศมาช่วยแก้หรือชี้นำหรือไม่ ถ้ามีคนต่างด้าวมาทำผิดกฎหมายบ้านเมือง แล้วอยู่ๆไปทำสั่นคลอนกระบวนการยุติธรรม และยกฟ้องคดีสำคัญ ท่านรู้จักตู้ห่าวหรือไม่ เป็นตัวอย่างเล็กๆ ที่ใช้อำนาจทุจริตเชิงประจักษ์ เป็นการกระทำปกติวิสัยฉ้อฉลบิดเบือนกฎหมาย และกระบวนการนี้กลับมาอีกครั้งเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ตอนนี้ประชาชนสับสนเพราะมีคนปลุกปั่น โดยใช้กฎหมายบิดเบือน
"เราไม่อยากระบุบุคคล แต่ที่ปรากฎตามสื่อกลุ่มกระบวนการนี้กำเริบสืบสานไปเรื่อยๆ ไม่ให้มีการใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยปกติเรียบร้อย และบ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวาย เป็นวิกฤตรัฐธรรมนูญ จะได้แก้รัฐธรรมนูญอีกครั้ง เพื่อให้กระบวนการนี้กลับมา พี่น้องยอมไหมครับ การที่ สว. เข้ามา เป็นการปกป้องประโยชน์ประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่บอกไว้ว่า องค์กรไหนทำหน้าที่อะไรบ้าง กกต.มีหน้าที่ตรวจสอบ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันปกป้อง ส่วนคนที่ไม่มีหน้าที่และก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง พวกนี้ต้องถูกดำเนินคดี จะเป็นกระบวนการจากอะไรก็ตาม ต้องดำเนินคดี และถูกตรวจสอบว่ามาอย่างไร มีองค์กรไหนอยู่เบื้องหลัง ทำอย่างไรให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นมา" พันตำรวจเอก กอบ กล่าว
ด้าน พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า กระบวนการนี้เป็นปมโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มันไม่ค่อยปกติ จากนี้ไปจะมี สว.จำนวนหนึ่งใช้กระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกัน ในการกล่าวโทษดำเนินคดี รวมไปถึงลงชื่อเพื่ออภิปรายทั่วไป หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายมงคล กล่าวปิดท้ายว่า หากเข้าข้อกฎหมาย หรือหากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด บุคคลใด ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อวุฒิสภา ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด