"หม่อง ชิตตู่" กวาดล้างแก๊งคอลฯ ไม่กระทบปมเตรียมขอออกหมายจับ
สำหรับการเตรียมออกหมายจับ "หม่อง ชิดตู่" ผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง หรือ BGF ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นกองกำลัง KNA ที่ถูกมองว่ารู้เห็นกับการเปิดพื้นที่ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้าไปตั้งฐานในพื้นที่รับผิดชอบนั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องนี้ทางพนักงานสอบสวนมีคดีเก่า เรื่องค้ามนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2565 ทั้งในกลุ่มคนชาวอินเดีย และกลุ่มคนจากชาติต่างๆ ซึ่งเบื้องต้นนอกจากผู้กระทำความผิดที่เป็นคนไทยแล้ว ยังมีกลุ่มคนที่กระทำผิดจากชาติต่างๆ รวมอยู่ด้วย
และในความผิดที่เกิดขึ้น เป็นความผิดนอกราชอาณาจักร และเมื่อทางอัยการให้มีการทบทวนการเสนอหมายจับ เรื่องนี้ก็ต้องเชื่อทางอัยการ
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า เรื่องการออกหมายจับ หม่อง ชิดตู่ ไม่ได้ทำตามกระแส แต่เนื่องจากมีข้อมูลการกระทำผิดที่ชัดเจน จากทางสหภาพยุโรป หรือ อียู และทาง เอฟบีไอ ของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งทาง สมช. (สภาความมั่นคงแห่งชาติ ของไทย) และข้อมูลในส่วนอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการระบุว่า พื้นที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ หม่อง ชิตตู่ มีการสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งมีการค้ามนุษย์ด้วย
สำหรับเรื่องนี้ทางอัยการอาจจะดูในเรื่องของประจักษ์พยาน แต่ทางพนักงานสอบสวนก็กำลังมีการประสานงานกันอยู่ โดยทราบว่าทาง หม่อง ชิดตู่ ก็ได้มีการติดต่อมายัง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐนตรี และ รมว.กลาโหม เพื่อขอความเป็นธรรม โดยได้มีการแสดงเจตจำนงว่า จะทำการกวาดล้างบรรดาขบวนการ ละแก๊งต่างๆ ในพื้นที่ของเขาให้หมดไป แต่ในส่วนนี้ถือว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าเป็นคนละเรื่องกัน เพราะคดีที่เกิดขึ้น ทางการไทยทำตามพยานหลักฐาน
"ทวี" เผย "ดีเอสไอ" สอบแล้ว ปม "ฮั้วเลือก สว." พบมีมูล!
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ตรวจสอบ "โพยฮั้ว สว." และอาจรับเป็นคดีพิเศษ จนมีกระแสข่าวจากฝั่ง สว.ว่าจะเรียกอธิบดีดีเอสไอ และรัฐมนตรียุติธรรมเข้าชี้แจงนั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกรณีที่ทางกระทรวงยุติธรรมได้ทำงานร่วมกับทาง กกต. และมีการร้องทุกข์เอาไว้เดิม โดยได้มีการส่งเรื่องให้กับทาง กกต.แล้ว เพราะมีมูลน่าเชื่อได้ว่า มีการกระทำความผิด
"เรื่องนี้ทาง ดีเอสไอ พบว่ามีมูลความผิด จึงส่งเรื่องให้กับทาง กกต. แต่ความผิดที่นอกเหนืออำนาจของ กกต. เช่นความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้มีการไม่ปฎิบัติตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ เพราะอยู่ในหมวดความมั่นคง ตามประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 116) หรือความผิดฐานใช้เงิน ซึ่งมีพยานให้การ โดยมีผู้กล่าวโทษร้องทุกข์ อาจเข้าข่ายการฟอกเงิน ซึ่งเรื่องนี้ทาง ดีเอสไอได้มีการทำคู่ขนาน และหากเห็นว่า เป็นเรื่องสลับซับซ้อน และเห็นว่าเป็นคดีพิเศษ ทางเราก็จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาเป็นคดีพิเศษ แต่ถ้าเห็นว่า เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้ ก็จะส่งให้กับทางตำรวจได้ดำเนินการ" พ.ต.อ.ทวี ระบุ
มีรายงานว่า คณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ หรือ กคพ. จะมีการประชุมกันภายในสิ้นเดือนนี้ และมีข่าวว่าจะมีการเสนอเรื่อง "โพยฮั้ว สว." เข้าเป็นคดีพิเศษด้วย