“เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนก็ได้หารือกับภาคเอกชนจากบริษัทซีพี ก็ได้ขอความร่วมมือจากเขาให้เขารับซื้อข้าวโพดที่จะนำไปเลี้ยงสัตว์แบบที่ไม่เผาในราคาที่สูงขึ้น เราไม่อยากจะไปลงโทษพี่น้องก็เกษตรกร ไม่อยากจะไปบังคับว่า ถ้าหากเผาจะต้องถูกลงโทษด้วยวิธีแบบนั้นแบบนี้ แต่ถ้าเราให้แรงจูงใจรวมถึงเครื่องมืองที่จะลงไปช่วยเขาว่า หากไม่เผาเขาจะมีทางเลือกใด ก็น่าจะเป็นแนวทางทีดีกว่า นอกจากนี้ เราก็ไม่อยากจะให้เกิดความเข้าใจผิด ๆ ในวงกว้างว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นอยู่ มาจากภาคการเกษตร เพราะจริงๆ แล้วปัจจัยของภาคการเกษตรมีส่วนไม่มาก
ยิ่งถ้าในตัวเมือง กทม.สาเหตุหลัก ๆ ก็มาจากควันจากท่อไอเสียที่พวกเราใช้ยานพาหนะในทุกวัน จึงไม่อยากให้ไปโทษพี่น้องก็เกษตรกรอย่างเดียว แต่เราในฐานะที่อยู่ในกระทรวงเกษตร เราก็ต้องส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำการเพาะปลูกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการลดการเผา แต่เราก็กล้องดึงเอกชนมาให้ความร่วมมือในส่วนนี้ด้วย”ศ.ดร.นฤมล กล่าว
ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณคณะผู้จัดงานในวันนี้ ที่ทำให้เผยแพร่ไข่ผำให้ไปสู่วงกว้างได้มากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ทั้ง ๆ ที่เป็นพืชที่มีคุณค่าสูงมาก และทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนให้กับพี่น้องเกษตรกรได้สูงขึ้นซึ่งจะเป็นการทำเสริมจากพืชหลักก็ได้ เพราะเพียงแค่ 14 วันก็สามารถนำไปขายได้แล้ว และยังเป็นสิ่งที่เราสามารถนำไปโชว์ให้กับชาวโลกได้เห็นถึงศักยภาพในการปลูหพืชเหล่านี้ด้วย รวมถึงวานิลลา ผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถแปรรูปเพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ในหลากหลายรูปแบบ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องการให้รายได้ของพี่น้องเกษตรกรเพิ่มขึ้น ทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น และพ้นจากกับดักความยากจน