"นายทักษิณ"ยังระบุว่า จังหวัดเชียงราย ภายหลังพ้นวิกฤตอุทกภัย จะต้องค่อย ๆ ฟื้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ที่จะต้องช่วยกันเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากจีน ที่ในอนาคตจะมีการตัดถนนเชื่อมจากจีน, สปป.ลาว และเชียงราย ดังนั้น จะต้องเตรียมต้อนรับทักท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจแข็งแรง
ส่วนการแก้ไขปัญหายาเสพติด และแก๊งส์คอลเซ็นเตอร์นั้น"นายทักษิณ"ระบุว่า ก่อนหน้านี้ปัญหาดังกล่าวเคยหมดไปแล้ว แต่กลับมาใหม่ และมีมากขึ้น แต่ยืนยืนว่า สิ้นปีนี้ปัญหาดังกล่ว จะต้องหมดสิ้นไป ทั้งยาเสพติด และคอลเซ็นเตอร์ พร้อมขอให้ประชาชน สามารถชี้เบาะแสผ่านนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ. และ สส.ของตนได้ เพื่อจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาให้หมดไป พร้อมย้ำว่า ตนเองไม่ชอบผู้ค้ายา และจะไม่เก็บไว้อย่างเด็ดขาด
"นายทักษิณ" ยังกล่าวถึง"ปัญหาฝุ่น PM2.5"โดยขอร้องเกษตรกร และประชาชนที่ปลูกข้าวโพดว่า อย่าเผา เพราะจะไม่มีการรับซื้อ ให้ตัดทิ้งแล้วปล่อยให้เน่าบนดิน ให้กลายเป็นปุ๋ย เช่นเดียวกับ ข้าว ที่อย่าไปเผา ให้ใส่น้ำขังไว้ เพื่อให้เน่าและเป็นปุ๋ย ซึ่งจะช่วยให้ผลผลิตในปีต่อ ๆ ไปดีขึ้น ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง และปุ๋ย ดังนั้น จึงขอให้เชื่อตนเองว่า อย่าเผา
"นายทักษิณ" ยังกล่าวถึงการแจกเงิน 10,000 บาทให้กับประชาชนอายุ 60 ปีขึ้นไปของรัฐบาลว่า เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจากรัฐบาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนผู้ที่อายุต่ำกว่า 60 ปี ขณะนี้ รัฐบาลกำลังพัฒนาระบบเทคโนโลยีอยู่ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็จะมีการแจกผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่จะใช้สำหรับคนไทยทุกคนในการใช้ติดต่อกับภาครัฐได้สะดวกขึ้น
ส่วนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลนั้น "นายทักษิณ" ยืนยันว่า ในปีนี้รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเอาจริงเอาจัง โดยใช้ อบจ.ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย เพื่อนำประชาชนที่มีความถนัดต่างกันมาพัฒนาให้เป็นที่ต้องการของทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทั้งเซฟ มวย ศิลปวฒนธรรมภาคเหนือ ฯลฯ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ดี ๆ สร้างเยาวชนให้มีความรู้ได้ไปซัมเมอร์แคมป์ในต่างประเทศ เพราะต่างปรเทศพัฒนาไปไกลแล้ว แต่บ้านเมืองเรายังมัวแต่ด่ากัน ร้องเรียนกัน จึงต้องแก้ปัญหาให้บ้านเมือง ไม่เช่นนั้น ประชาชนจะลำบาก
ส่วนเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินนั้น "นายทักษิณ" ระบุว่า นายยงยุทธ เคยทำงานร่วมกับตนในเรื่องดังกล่าว แต่ถูกรัฐประหารไปก่อน โดยตนเองได้ใช้ภาพถ่ายดาวเทียม และเทคโนโลยีจนทราบภาพรวมทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ ได้มีการทำ One Map เสร็จสิ้นแล้ว และหลังจากนี้ จะมีการดำเนินการอีกครั้ง เพราะที่ดินมีการจัดสรรไม่เรียบร้อย และให้นายยงยุทธ ได้ประสานกระทรวงต่าง ๆ และมาช่วยกันดำเนินการ เพื่อให้เอกสารสิทธิ์กับประชาชนเร็ว ๆ เช่นเดียวกับเรื่องการให้สัญชาติกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ต้องใช้ระยะเวลานาน เพราะระบบราชการ แต่หลังจากนี้ ยืนยันว่า จะเร่งดำเนินการให้เร็วขึ้น เหมือนสมัยที่ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ระบบราชการมีประสิทธิภาพ
"นายทักษิณ" ยังบอกด้วยว่า รัฐบาลมีงานมาก เข้ามาทำหน้าที่ใหม่หลังเป็นฝ่ายค้านมาหลายปี แต่ปรากฎว่า มองไปที่ใดก็มีแต่ปัญหา และปัญหาจะต้อทยอยแก้ ไม่สามารถแก้พร้อมกันได้ เพราะปัญหาเยอะมาก
"นายทักษิณ"ยังอวยพรตรุษจีนชาวเชียงราย และกล่าวด้วยว่า วันนี้ (29 ม.ค.) เป็นวันตรุษจีน คนนิยมสวมเสื้อสีแดง และกินส้ม ดังนั้น แดงกินส้ม ตรุษจีนต้องใส่เสื้อแดงและกินส้มให้ได้จะได้เจริญ ๆ
"นายทักษิณ" ยังได้กล่าวขอโทษประชาชนที่มารอฟังการปราศรัย เนื่องจาก มีการเปลี่ยนแปลงสายการบิน จึงทำให้กำหนดการล่าช้า แต่ก็ขอบคุณที่มารอฟังการปราศรัย
ประกาศกวาด สส.เชียงรายครั้งหน้า หวังตั้งรัฐบาลพรรคเดี่ยว
ต่อมา "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.เชียงราย พรรคเพื่อไทยหาเสียงการเลือกตั้ง ที่โรงเรียนพานพิเศษพิทยา อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยย้ำว่า ตนเองเป็นห่วงเศรษฐกิจประเทศที่พัง ชีวิตประชาชนลำบากกว่าเก่า และธนาคารพาณิชย์ของไทย กำไรเพิ่มขึ้น 14% แต่ GDP ประเทศกับน้อยลง และการขอสินเชื่อของประชาชนเพื่อไปซื้อรถ ซื้อบ้าน ลงทุน กลับทำได้ยากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจของประเทศแย่ ซึ่งตนกำลังแก้ปัญหา และหากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ดูดเงินประชาชน รัฐบาลก็จะปล่อยเงินกลับไปให้ประชาชน เหมือนการแจกเงิน 10,000 บาท
โดยขอให้กลุ่มคนที่อายุต่ำกว่า 60 ปี รอในเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ซึ่งหากระบบเทคโนโลยีเรียบร้อย ก็จะทยอยแจกให้ประชาชน ที่อายุต่ำกว่า 60 ปี และขณะนี้ ตนเองก็จะทยอยแก้ปัญให้ประเทศ และเป็นกำลังเสริมอยู่เบื้องหลังนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะบุตรสาว เพื่อให้เศรษฐกิจประเทศฟื้น และมั่นใจว่า ปีหน้าเศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้น หน้าตาของคนเชียงรายก็จะดีขึ้น
" นายทักษิณ" ยังยังย้ำด้วยว่า ตนเองกำลังคัดคนไปเป็นนายแบบ-นางแบบระดับโลก แต่ขอให้ชายหญิงชาวเชียงราย งามแบบเป็นธรรมชาติ สวยแบบชาวดอย สวยแบบชางเชียงราย โดยตนจะใช้ อบจ.และ สส รวมถึงมหาวิทยาลัย มาช่วยคัด ช่วยฝึก ใครที่เก่งสามารถทำอาหาร มีฝีมือทางด้านศิลปะ ก็จะนำมาฝึกให้มีรายได้ดี ทำให้แต่ะครบครัว มีสมาชิกที่มีรายได้ดีคนหนึ่ง เพื่อให้สามารถเลี้งดูครอบครัวได้ และรัฐบาล จะจัดทุน 1 อำเภอ 1 ทุน เหมือนที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ และปีนี้ จะมีการคัดที่เรียนเก่ง ไปเรียนต่างประเทศ ไปซัมเมอร์แคมป์ต่างประเทศ และจะได้กลับมาดูแลครอครัวในจังหวัดเชียงรายได้
"นายทักษิณ" ยังขอให้ชาวเชียงราย เลือกนางสลักจฤฎดิ์ เป็นนายก อบจ.เชียงราย พร้อมทีม สจ.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เพื่อจะได้ร่วมกันแก้ปัญหาเชียงรายด้วยกันได้อย่างเต็มที่
"นายทักษิณ" ยังเล่าด้วยว่า สมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งกองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนมีเงินหมุนเวียนในหมู่บ้าน ทำให้เกิดการจ้างงาน ประชาชนไม่ลำบาก ไม่ต้องรอทำนาเพียงปีละ 1-2 ครั้ง เพราะประชาชน ต้องใช้จ่ายทุกวัน ดังนั้น จะต้องนำนโยบายกองทุนหมู่บ้านกลับมา รวมถึงโอท็อป และ 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี และหลังจากนี้ 3 ปี ตนจะทุ่มเทเต็มที่ ทั้งกำลังกาย และกำลังสมอง ร่วมกับพรรคเพื่อไทย ทำให้ประเทศไทย เจริญรุ่งเรืองเหมือนสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ประชาชนสามารถหาเงินง่าย มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีงบประมาณประเทศแบบสมดุล ต่างจากปัจจุที่มีแต่งบประมาณขาดดุล ประเทศและประชาชนมีแต่หนี้ ซึ่งตนมั่นใจว่า หลังจากนี้ 3 ปี ประชาชนจะกลับมารุ่งเรืองเหมือนเก่า
"นายทักษิณ" ยังย้ำถึงการปราบยาเสพติดว่า พ่อค้ายาเพติด จะต้องหมดไป และจะเอาจริง หากพื้นที่ใดมีพ่อค้ายา นายอำเภอ และผู้ว่าราชการ ก็ต้องอยู่ไม่ได้ พร้อมขอให้ประชาชน ช่วยกันแจ้งเบาะแสยาเสพติด หรือแจ้งความผ่านแอพลิเคชั่นที่รัฐบาลจะออกมาเร็ว ๆ นี้ ซึ่งหลังจากนี้ ยาเสพติดจะต้องหมด แก๊งส์คอลเซ็นเตอร์ก็ต้องหมด เศรษฐกิจประเทศจะดีขึ้น ประชาชนก็จะมีความสุข
"ขอให้ชาวเชียงราย เลือกพรรคเพื่อไทยอย่าให้แหว่ง และการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย และ สจ.เชียงรายครั้งนี้ ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้ครบ ให้ผมได้กลับมาเชียงรายครั้งหน้าแบบไม่ต้องอาย ดังนั้น จะต้องเป็นทีมเดียวกัน แก้ปัญหาด้วยกัน เพราะผมต้องการทำงานระดับประเทศ และท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ผ่านตำแหน่ง สทร.ในฐานะนายกรัฐมนตรีเก่า ที่ประชาชนไม่เคยลืม จึงขออนุญาต สทร. เพราะถ้าไม่ ส.ก็จะไม่มีใครคอยจ้ำจี้จ้ำชัยแก้ปัญหาให้ประเทศ ซึ่ง 17 ปีที่ผมรอคอย ผมได้กลับมาแล้ว และจะไม่ไปไหนแล้ว จะอยู่กับประชาชน ทำงานให้เต็มที่ พร้อมประกาศว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะกวาดให้เกลี้ยง ตอนนี้เป็นรัฐบาลผสม แม้จะแก้ปัญหาได้ แต่ก็ล่าช้า ครั้งหน้าจึงขอให้ประชาชน เลือกพรรคเพื่อไทยให้หมด จะได้เป็นรัฐบาลพรรคเดี่ยว ทำงานให้รวดเร็วมากขึ้น" นายทักษิณ กล่าวถึงการเลือกตั้ง สส.เชียงรายในการเลือกครั้งหน้า
"นายทักษิณ" ยังกล่าวถึงนโยบายบ้านเพื่อคนไทยว่า พรรคเพื่อไทยทำเพื่อเติมความฝันให้เยาวชน ได้มีบ้าน ไม่ต้องรอเก็บเงินดาวน์ จนราคาบ้านแพงขึ้น ดังนั้น วันนี้ เมื่อเยาวชนเรียนจบ มีเงินเดือน 15,000 ก็สามารถมีบ้านได้ทันที และมั่นใจว่า จากนี้จะสามารถสร้างได้ 200,000 ยูนิต และหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า จะทำให้ได้ 1,000,000 ยูนิต พร้อมจะพัฒนา 30 บาทรักษาทุกที่ ครอบคลุมยารักษาให้มาก ส่วนเศรษฐกิจ จะต้องทำให้ประชาชน มีเศรษฐกิจที่ดี และจะลดค่าไฟให้ได้ต่ำกว่า 3.70 บาทให้ได้ รวมถึงลดค่าน้ำ ค่าไฟ และจะให้กระทรวงพาณิชย์ ควบคุมราคาสินค้า ไม่ให้ค้ากำไรเกินควร เพื่อให้ประชาชนสุขสบาย ลูกหลานมีอนาคตได้ ภายใน 3 ปีนี้
"นายทักษิณ" ยังกล่าวถึงราคาลำไยว่า จะขอให้จีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญรับซื้อ ลดการกีดกัน เหมือนก่อนหน้าที่มีการหยุดซื้อมันสัมปะหลัง แต่ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย-จีนดี จนกระทรวงพาณิชย์ได้ไปเจรจากับจีน และมีการรับซื้อ 3,000,000 ตัน จาก 300,000 ตัน จนทำให้ราคาดีขึ้น และหลังจากนี้ จะขอให้ทางการจีน เปิดตลาดสินค้าไทยเพิ่มขึ้น และรัฐบาลจะต้องหาเปิดตลาดใหม่ ๆ ให้ได้มากที่สุด
ส่วนราคาข้าวนั้น "นายทักษิณ" ระบุว่า พรรคเพื่อไทย มีความตั้งใจช่วยชาวนา-ชาวไร่ที่ลำบาก แต่ก็บางคนกลัวว่า ประชาชนจะรักตนเองมาก จึงกลั่นแกล้ง แต่ตนก็จะหาวิธีให้แก้ปัญหาให้ได้ โดยไม่ถูกหมั่นไส้เหมือนที่ผ่านมา โดยปุ๋ย และยาฆ่าแมลงหลังจากนี้ จะต้องถูกตรวจสอบ ห้ามมีเสือนอนกินเกิดขึ้น เพราะปัจจุบัน ประชาชนบริโภคของแพง เพราะมีเสือนอนกินกำไรอย่างเดียว ดังนั้น จะต้องเลิก และแก้ไขอย่างเด็ดขาด จับเสือมาจับมาให้หมด เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหายางพารา ที่ตนเองมีความสนิท เป็นเพื่อนกับอินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย โดยจะขอความร่วมมือ อย่าขายถูก เพื่อให้ราคาแพงขึ้น โดยจะเป็นการฮั้วกันของคนจน และมั่นใจว่า ยังมีช่องทางการขึ้นราคาอยู่ รวมถึงสินค้าเกษตรทุกตัว กำลังพิจารณาว่า ชนิดใดจะขึ้นก่อน หรือขึ้นหลัง