นายสุวัจน์ ยังได้เสนอถึงการใช้จุดแข็ง และตัวตนของประเทศไทยที่แข็งแกร่งมาต่อยอด และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อสร้างการอยู่ดีกินดีให้กับประชาชน เพื่อรักษาเศรษฐกิจไทย ทั้งการใช้จุดแข็งการเป็นประเทศเกษตร, จุดแข็งด้านอาหาร, จุดแข็งภาคบริการของประเทศ, จุดแข็งด้านการท่องเที่ยว และจุดแข็งด้านวัฒนธรรมของประเทศ ซึ่งถือเป็นทางออกที่ยั่งยืนในการฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทย และจุดแข็งเหล่านี้ส่วนหนึ่ง ก็อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งมีจำนวนประชากร 1 ใน 3 ของประเทศ และมี GDP ที่คิดเป็นจำนวนราว 2,000,000 ล้านบาท หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นของ GDP ประเทศ และภาคอีสานยังมีผลผลิตด้านการเกษตรที่สมบูรณ์ ทั้งอ้อย, มัน และข้าว
รวมถึงภาคอีสานยังมีเอกลักษณ์ทางด้านอาหาร และมีศิลปวัฒนธรรม-โบราณคดี มีสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานมากมาย และโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ที่สามารถเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้ ทั้งถนน, รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ดังนั้น พื้นฐานโครงสร้างพื้นฐานนี้ จึงสามารถต่อยอดไปสู่ความเป็นสากล และต่อยอดเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ รวมทั้งอีสาน ยังเป็นขุมทรัพย์ด้านแรงงานของประเทศ สามารถรองรับการลงทุนได้ และยังเป็นพื้นที่ที่สามารถผลิตพลังงานทดแทนได้ รวมถึงยังมียุทธศาสตร์พื้นที่ หรือชัยภูมิที่ภาคอีสาน เป็นประตูสู่อินโดจีน และเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด จึงถือเป็นความพร้อมของภาคอีสาน ในการกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจโลก และวางนโยบายระยะยาว โดยใช้ภาคอีสานประเทศไทยเป็นพื้นฐาน
สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ ได้แบ่งออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่
ช่วงที่ 1 ''เปิดอีสาน เปิดประตูสู่เวทีโลก'' โดยนายสุวัจน์,
ช่วงที่ 2 มูมมังอีสาน หรือ มรดกอีสาน โดยรองศาสตราจารย์ ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่จะกล่าวสัมมนาในหัวข้อ ''มูนมังอีสาน พลิกวิกฤตเศรษฐกิจไทย'', หัวข้อ ''อีสาน ทำเลทองอินโดจีน ระเบียงเศรษฐกิจใหม่'' โดยนางสาวจินนา ตันศราวิพุธ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแะสังคมแห่งชาติ หรือ สศช., ''การท่องเที่ยวอีสาน ผ่าน Soft Power: จากอัตลักษณ์สู่ความยั่งยืน'' โดยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ผู้ว่า ททท.
ช่วงที่ 3 อนาคตอีสาน อนาคตประเทศไทย ซึ่งจะนำกล่าวโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในหัวข้อ ''แก้หนี้คนอีสาน?'', ''อนาคตประเทศไทย: อีสานเชื่อมโลก'' โดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, ''ดิน น้ำ เส้นเลือดใหญ่เกษตรกรอีสาน'' โดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบทสรุป ''ISAN NEXT: พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก'' โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ช่วงที่ 4 ช่วงสุดท้าย ในเวลา 17.30 น. จะเป็นการบรรยายพิเศษโดย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในหัวข้อ ''อนาคตอีสาน โอกาสประเทศไทย'' ก่อนที่จะรับประทานอาหารเย็นร่วมกันในงาน ''DINNER สำรับโคราช'' และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น Soft Power อีสาน โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ทั้งนี้ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความสำคัญของไทย ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นขุมทรัพย์ทางอาหาร แหล่งอารยธรรม และเป็นขุมทรัพย์ทางภูมิปัญญาที่สั่งสมมาจากบรรพบุรุษ รุ่นสู่รุ่น ทำให้ภาคอีสานมีเอกลักษณ์เฉพาะ มีศักยภาพในการเติบโต ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และยังมีความได้เปรียบเชิงพื้นที่ด้านคมนาคมในอนาคต มีแนวโน้มของการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาวที่มีโอกาสการเติบโตอีกมาก
ดังนั้น จัดสัมมนา ISAN NEXT : พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก ในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสในการผลักดัน ให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาคอีสาน ซึ่งจะมีผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในลำดับต่อไปด้วย