นักวิชาการ ลงพื้นที่ "ว้าแดง" รุกล้ำแดนไทยชัดเจน
ด้าน"ผศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช" รอง ผอ.สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา หลังจากลงพื้นที่พิพาทระหว่าง "ไทย-ว้าแดง" ที่อำเภอปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน ก่อนนั่งรถมอเตอร์ไซค์วิบากเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ไม่ไกลจากแนวชายแดน ไทย-เมียนมา และได้เห็นพิกัดของกองกำลังว้าแดง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยตอนนี้ทั้งทหารไทยและทหารว้าแดงยังคงอยู่ในพื้นที่ตามปกติ และได้ทราบข้อมูลจากโฆษกกองทัพทหารรัฐว้าแล้ว ซึ่งยืนยันว่าไม่มีข้อตกลงใดๆ กับทหารไทย เพราะฉะนั้น ทหารว้าก็จะยังไม่ถอนกำลังออกจากพื้นที่ ฐานทหารว้าแดงที่ตั้งอยู่บนสันเขา ตรงจุดนี้อาจจะไม่ชัดเจนว่ารุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทยหรือไม่ แต่มีฐานบางจุดที่ลึกลงมาจากสันเขา
"บริเวณฐานดอยหนองหลวง" จุดนั้นอยู่ห่างจากสันเขาที่เป็นแนวเขตแดนระหว่างประเทศประมาณ 1-2 กิโลเมตร ซึ่งตรวจสอบจากหลักฐานต่างๆ รวมทั้งพยานบุคคลในพื้นที่ หรือกองกำลังประจำถิ่นแล้ว อส. ทั้งหมดให้ข้อมูลยืนยันตรงกันว่าฐานเหล่านั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ของประเทศไทย ดังนั้นแนวทางแก้ปัญหามี 2 ส่วน คือการเจรจา และใช้กองกำลังผลักดันทหารต่างชาติออกจากเขตแดนไทย
และจุดนั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์ แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่พอจะอนุมานได้ว่า ทำไมฐานทัพ "ว้าแดง" จึงเลือกตั้งที่มั่นตรงนั้น ปิดทางเข้า-ออก ทั้งที่เป็นเขตอธิปไตยไทย เพื่อใช้ทรัพยากรน้ำในการผลิตยาเสพติดและดำเนินกิจกรรมของกองกำลังตนหรือไม่
รัฐไทย ควรบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่นี้ เหมือนกับที่ กรณีเมียนมาบังคับใช้กฎหมาย ตัดสินจำคุกลูกเรือประมงไทย 4 คนที่ เกาะสอง ทั้งที่ตรงนั้นยังมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนด้วยซ้ำ ท่าทีของไทยไม่ชัดเจนและเด็ดขาดในเรื่องนี้