"นายชวลิต" ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า กรณีการสุ่มตรวจตามตลาด และห้างโมเดิร์นเทรด เป็นการสุ่มตรวจที่ "ปลายทาง" จึงน่าเห็นใจพ่อค้า แม่ค้า ที่รับสินค้ามาจำหน่าย สินค้าเหล่านั้นควรผ่านการสุ่มตรวจ ณ ด่านรอบๆ ประเทศที่น่าเห็นใจกว่านั้น คือ ประชาชนผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้เลยว่าสินค้า ที่ซื้อมาบริโภคนั้น ผลิตจากทีใด มีการรับรองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือไม่ ต่างจากผลไม้จากไทย เช่น ทุเรียน ลำไย มังคุด ประเทศผู้นำเข้าจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะเขาให้ความสำคัญกับสุขภาพ อนามัยของประชาชนผู้บริโภคของเขา
สำหรับการสุ่มตรวจผัก ผลไม้ ที่ด่าน จากเดิม อย.จะต้องนำส่งผัก ผลไม้ไปตรวจที่ส่วนกลาง คือ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเวลาในการตรวจสอบสวนทางกับสถานการณ์ความเป็นจริงที่รถบรรทุกผัก ผลไม้จากจีนเข้าแถวยาวเหยียดส่งผัก ผลไม้ มายังตลาดสี่มุมเมือง ตลาดตามภาคต่าง ๆ มากมายทุกวัน หากเรามีห้องแล็บประจำทุกด่านรอบประเทศ เมื่อพบสินค้าที่มีสารเคมีปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน หากส่งกลับ หรือสั่งทำลายสักครั้งสองครั้ง ต่อไปสินค้านำเข้าก็จะได้มาตรฐานโดยปริยาย
ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาสร้าง"ระบบเฝ้าระวังอาหารปลอดภัย" แม้จะใช้งบประมาณจำนวนมากในระยะเริ่มแรก แต่จะคุ้มค่าในการป้องกัน และรักษาสุขภาพอนามัยของประชาชนคนไทยในระยะยาว ซึ่งคุ้มยิ่งกว่าคุ้มที่แต่เดิม งบประมาณและค่าใช้จ่ายหมดไปกับการรักษา ทั้งที่การป้องกันก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หรืออาจจะสำคัญกว่าการรักษาซึ่งเป็นปลายทางด้วย