จากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 ดังกล่าว แสดงฐานะของพระมหากษัตริย์ว่า 1. ทรงอยู่เหนือการเมือง 2. ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆมิได้ เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า คดีความผิดตาม "มาตรา 112" เป็นคดีความผิดอันยอมความมิได้ ต่างจากคดีดูหมิ่น หมิ่นประมาทของบุคคลทั่วไป ที่สามารถยอมความกันได้
ดังนั้น สภาผู้แทนราษฎรจะไปนิรโทษกรรมผู้ที่ดูหมิ่น หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ แทนพระองค์ท่าน จะสมควรหรือไม่ ตนเห็นว่าแนวทางที่สมควร คือ ผู้ที่ดูหมิ่น หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ หากสำนึกในการกระทำ ก็สามารถขอพระราชทานอภัยโทษได้ หากเห็นว่า ตนเองมิได้ดูหมิ่น หมิ่นประมาทต่อองค์พระมหากษัตริย์ ก็มีช่องทางในการต่อสู้ตามกระบวนยุติธรรม หรือกรณีที่เห็นว่าถูกกลั่นแกล้งในการร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็มีช่องทางที่พรรคการเมืองจะดำเนินการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในส่วนที่เกี่ยวกับการร้องทุกข์กล่าวโทษคดีความผิดตาม"มาตรา 112" โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขมาตรา 112 แต่อย่างใด
"นายชวลิต" กล่าวด้วยว่า หากผู้แทนปวงชนชาวไทยที่ได้ฉันทามติจากประชาชน ได้ร่วมมือกันใน 3 ส่วนสำคัญไปพร้อม ๆ กัน คือ ปกป้องรักษาพระเกียรติยศองค์พระประมุขของชาติ และ "อภัย"ผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมืองที่มีการกระทำที่ก่อให้เกิดความผิดเป็นคดีการเมือง และคดีอาญาที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ก็จะสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองได้
ซึ่งสังคมไม่อาจมองข้ามปัญหาของเยาวชนที่ต้องหาคดีอาญาตาม "มาตรา 112" โดยตนเห็นว่าควรมีคณะกรรมาธิการสามัญคณะใดคณะหนึ่งที่เกี่ยวข้องได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาข้อมูลของคดีเป็นรายบุคคล แล้วร่วมกันหาทางออกให้กับเยาวชนอันจะนำไปสู่หลักการการได้รับ "การอภัย" ในที่สุด
"วิสุทธิ์"ยืนยัน ไม่นิรโทษม.112 เด็ดขาด
ที่อาคารรัฐสภา "นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ" สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า การประชุมสมัยหน้าที่จะมี "พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม" จาก 2 พรรคการเมือง ทั้งพรรคประชาชนและพรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภานั้น มี 2 แนวทางว่ารัฐบาลจะเห็นด้วยกับ พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมของพรรคไหน แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะต้องมีการปรึกษาหารือกันก่อน
"สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะเป็นการนิรโทษแบบไหน เราจะไม่นิรโทษเรื่อง 112 โดยเด็ดขาด พร้อมยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่เอาด้วย กับการแก้ พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา 112 แต่ถ้าเป็นคดีธรรมดา คดีการเมืองที่เกิดขึ้นมาหลายสิบปี ส่วนนี้อยู่ในข่ายที่เราจะพิจารณาได้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องปรึกษาหารือกับสส.ในพรรคทั้งหมดก่อนและต้องปรึกษาหารือกับพรรคร่วมทั้งหมดด้วยว่าคิดเห็นประการใดและจะแก้ไขแบบไหนบ้าง" ประธานวิปรัฐบาล กล่าว
เมื่อถามว่า การเสนอกฎหมายนิรโทษจะไม่เป็นรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ "นายวิสุทธิ์" กล่าวว่า ต้องปรึกษาหารือกันเพราะพรรคร่วมโดยเฉพาะพรรครวมไทยสร้างชาติก็เสนอเข้ามาแต่ก็ไม่มีการนับรวม"มาตรา 112" แต่ก็ไม่มีอะไรน่าหนักใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องปรึกษาหารือ เพื่อให้ตกผลึกกันก่อน
ส่วนในการประชุมสส.ของพรรคเพื่อไทยอาทิตย์นี้จะเน้นในเรื่องของการประชุมวันสุดท้าย ของสภาผู้แทนราษฎรเพราะมีการโหวตเรื่องพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ที่ยังต้องลงประชามติและตั้งกรรมาธิการต่อไป ส่วนสุดท้ายเพื่อไทยจะมีการเสนอร่าง พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมด้วยหรือไม่ ก็ต้องถามที่ประชุมพรรคหลังจากปรึกษาที่ประชุมพรรค แล้วก็ต้องปรึกษาคณะยุทธศาสตร์ของพรรค สุดท้ายก็ต้องเสนอกรรมการบริหารพรรค