" ปริญญา"ชี้คำร้องยุบ"เพื่อไทย"พ่วงพรรคร่วมฯออกอาการน่าเป็นห่วง
20 ต.ค. 2567 | thamsathit_pol

"ปริญญา" ชี้คำร้องยุบ "เพื่อไทย" พ่วงพรรคร่วมฯ น่าห่วง - แนะดูข้อต่อสู้-ถึงขั้นขาดอิสระถูก"ทักษิณ" ครอบงำหรือไม่
การเมือง
20 ต.ค. 2567 | thamsathit_pol

"ปริญญา" ชี้คำร้องยุบ "เพื่อไทย" พ่วงพรรคร่วมฯ น่าห่วง - แนะดูข้อต่อสู้-ถึงขั้นขาดอิสระถูก"ทักษิณ" ครอบงำหรือไม่
20 ตุลาคม 2567 "นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล" ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.รับคำร้องยุบพรรคเพื่อไทย และ 6 พรรคร่วมรัฐบาล ฐานปล่อยให้นายทักษิณ ชินวัตร ครอบงำ จากการเรียกแกนนำ 6 พรรคการเมือง เข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าว่า ในแง่ข้อกฎหมายหากพรรคการเมือง ยินยอมให้บุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคมาควบคุม ครอบงำ ชี้นำ ทำให้พรรคขาดความเป็นอิสระในการดำเนินการ มีความผิดถึงโทษยุบพรรค ตามมาตรา 92 (3) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
ดังนั้น จะต้องพิจารณากันต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเข้าข่ายเป็นการครอบงำหรือไม่ ซึ่งเมื่อ กกต.รับคำร้องแล้ว ก็ต้องพิจารณาต่อไปว่า กกต.จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเลย เหมือนคดีพรรคก้าวไกล หรือจะเปิดไต่สวนให้พรรคเพื่อไทยและพรรคอื่น ๆ ได้ชี้แจงก่อน และยังจะต้องพิจารณาด้วยว่า ถึงขนาดขั้นที่พรรคการเมืองขาดอิสระหรือไม่ หากถึงขนาดขาดอิสระ หรือสั่งการได้ ซึ่งก็จะเป็นปัญหา
" ในคำร้องนี้น่าเป็นห่วง เพราะไม่ได้เป็นการร้องแค่พรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ร้องทุกพรรคที่เกี่ยวข้อง และพรรคเพื่อไทยน่าจะเหนื่อย เนื่องจาก ต้องต่อสู้กับคดีที่ถูกร้องในศาลรัฐธรรมนูญด้วย และเชื่อว่า ทั้งพรรคเพื่อไทย และอีก 6 พรรค หวังให้คำร้องตกไปในชั้นของ กกต." นายปริญญา กล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้พิจารณา 6 คำร้องที่มีผู้ร้องขอให้กกต. พิจารณาสั่งยุบพรรคเพื่อไทย และ6พรรคร่วมรัฐบาลเดิม จากเหตุนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคกระทำการครอบงำ ชี้นำ และ 6 พรรคการเมืองยินยอมให้นายทักษิณ ครอบงำ ชี้นำ โดยเห็นว่าคำร้องมีมูล และให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อดำเนินการสอบสวนและมีความเห็นเสนอ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน30วันแต่สามารถขอขยายได้อีกครั้งละไม่เกิน30วัน จนกว่าจะแล้วเสร็จ
กรณีดังกล่าวมีผู้ร้องที่ถูกระบุว่าเป็นบุคคลนิรนาม ทั้งคำร้องของน.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี , นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และ นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบชาว 2006 ที่ถึงพฤติการณ์ของนายทักษิณ และแกนนำ6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิมไปร่วมประชุมกับนายทักษิณที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อพิจารณาเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐาทวีสิน สิ้นสุดลง
ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณหลายครั้งเกี่ยวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล การชี้นำพรรคเพื่อไทยในการเลือกพรรคร่วมรัฐบาล และการนำวิสัยทัศน์ที่นายทักษิณได้แสดงไว้เมื่อวันที่ 22 ส.ค.มาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาล โดยผู้ร้องเห็นว่าเข้าข่ายขัดมาตรา 29 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรพรรคการเมือง ที่ห้ามมิให้ผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคกระทำการใดอันเป็นการควบคุมครอบงำหรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และการที่พรรคเพื่อไทย และ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิมยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคกระทำการอันเป็นการควบคุมครอบงำชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ก็เข้าข่ายขัดมาตรา 28 ซึ่งหากการสอบสวนพบว่าเป็นความผิดก็จะเป็นเหตุให้นายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอต่อกกต.ให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคตามมาตรา 92 (3)ของกฎหมายเดียวกันได้