4.พฤติการณ์ที่จะไปถึงศาลฎีกาและเป็นความผิดได้ จะต้องเป็น การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม “อย่างร้ายแรง” ถ้าไม่ถึงขนาด “อย่างร้ายแรง” ก็ไปที่ ป.ป.ช. และไปถึงศาลฎีกาไม่ได้
ทั้งนี้ # มาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ข้อ 27 กำหนดว่า การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 1 “ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง” (ภาพที่สาม) ซึ่ง "เป็นกลาง ปราศจากอคติ" และ “โดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน” (ข้อ 13) และ “ปราศจากอคติ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” (ข้อ 23) อยู่ในหมวด 2 และหมวด 3 ซึ่งมิได้ถือว่า "มีลักษณะร้ายแรง" และเท่ากับไม่ใช่การฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
5.อย่างไรก็ตาม มาตรฐานจริยธรรมฯ ข้อ 27 วรรคสอง กำหนดว่า “การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 2 และหมวด 3 จะถือว่า มีลักษณะร้ายแรงหรือไม่ ให้พิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ เจตนาและความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ นั้น” (ภาพที่สี่)
หมายความว่า แม้จะเป็นพฤติการณ์ที่ไม่อยู่ในหมวด 1 ที่ถือว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่ก็ต้องดูเจตนาและความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย หากถึงขั้นร้ายแรง ก็จะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช. และศาลฎีกาจะเป็นผู้วินิจฉัยครับ
#สรุป คือ เป็นอำนาจของ ปปช. หาก ป.ป.ช. ไต่สวนและลงมติว่าเป็นการฝ่าฝืนว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เรื่องก็จะไปที่ศาลฎีกาซึ่งจะเป็นผู้ตัดสิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้จัดงานเสวนาวิชาการ หัวข้อเรื่อง "เมื่อศาล(รัฐธรรมนูญ) ปกครองบ้านเมือง ? ในวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2567 เวลา 14.00- 17.00 น. ที่ ห้องปรีดี เกษมทรัพย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านเพจคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกด้วย