"ทักษิณ" จ่อเลิกแจก "ดิจิทัล 1 หมื่นบาท" แกนนำเพื่อไทย เตรียมแจงประชาชน
15 ส.ค. 2567 | ratchata

"ทักษิณ" จ่อเลิกแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท แกนนำพรรคเพื่อไทย เตรียมแจงประชาชน อ้างเหตุเศรษฐกิจไม่ดี ขณะ "จุลพันธ์" ยังมั่นใจไม่ล้มโครงการ
การเมือง
15 ส.ค. 2567 | ratchata

"ทักษิณ" จ่อเลิกแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท แกนนำพรรคเพื่อไทย เตรียมแจงประชาชน อ้างเหตุเศรษฐกิจไม่ดี ขณะ "จุลพันธ์" ยังมั่นใจไม่ล้มโครงการ
15 สิงหาคม 2567 รายงานข่าวแจ้งว่า ในการพบปะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ บ้านจันทร์ส่องหล้า เมื่อเย็นวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา นอกจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แจ้งถึงการสนับสนุนนายชัยเกษม ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจาก "นายกเศรษฐา" พ้นจากตำแหน่ง ยังแจ้งหัวหน้าพรรคร่วมด้วยถึงการจะยกเลิกโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยด้วย
"ขณะนี้เศรษฐกิจยังไม่ดี ขอยุติไปก่อน โดยพรรคเพื่อไทยจะเป็นคนชี้แจงเรื่องการยกเลิกโครงการนี้ต่อประชาชน"
อย่างไรก็ดีเมื่อวันที่ 15 ส.ค.67. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์. รักษาการรมช.คลัง. ให้สัมภาษณ์สื่อที่ทำเนียบ ยืนยันเดินหน้าโครงการแจกเงินหมื่นฯต่อไป
“จุลพันธ์” ไม่ยืนยันโครงการดิจิทัลวอลเล็ต - ชี้ต้องให้เกียรตินายกฯ-รัฐบาลใหม่ กำหนดนโยบาย - ยืนยันเพื่อไทยพร้อมผลักดันต่อ แต่ต้องรอการเจรจา
จุลพันธ์ มั่นใจไม่ล้มแจกเงินดิจิทัล
เมื่อวันที่ 14 ส.ค.มที่ผ่านมา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลหลังจากนี้ว่า ขณะนี้ยังคงเดินหน้าต่อ แต่เมื่อกลไกการเลือกนายกรัฐมนตรี การตั้งรัฐบาลและกรแถลงนโยบายของรัฐบาลใหม่ ก็จะต้องหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะต้องให้เกียรตินายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่า สุดท้ายแล้ว จะร่างนโยบายอย่างไร
แต่ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่มี สส. 141 คน หากจะมีการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยร่วมด้วย ก็จะเสนอนโยบายเติมเงิน 10,000 บาท เป็นหนึ่งในนโยบายที่ควรขับเคลื่อน ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับการเจรจา และแต่ละฝ่าย จะมีความเห็นอย่างไร
พร้อมย้ำว่า ในฐานะรัฐบาลรักษาการ และมติคณะรัฐมนตรีที่เคยให้เดินหน้าโครงการ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ และดำเนินการตามกรอบที่กฎหมายให้สามารถทำได้ ทั้งการเตรียมความพร้อม การลงทะเบียน และการพัฒนาแอพลิเคชัน แต่ความชัดเจนทั้งหมด จะต้องรอหลังรัฐบาลชุดใหม่ และพรรคเพื่อไทย จะนำโครงการนี้ ไปหารือกับรัฐบาลชุดใหม่ด้วย
ส่วนที่มีการสื่อสารในโลกออนไลน์ กังวลโครงการจะถูกยกเลิก และต้องลบแอพลิเคชันทิ้งไปนั้น นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า แอพลิเคชันทางรัฐ เป็นแอพลิเคชันหลักสำหรับบริการประชาชน ไม่ใช่แอพลิเคชันเฉพาะดิจิทัลวอลเล็ต หรือแอพลิเคชันสำหรับการใช้จ่าย แต่แอพลิเคชันดังกล่าว มีการให้บริการทางรัฐหลากหลาย มีความปลอดภัยสสูงสุด จึงขอให้มั่นใจในความปลอดภัย และข้อมูลก็เป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ พร้อมย้ำว่า แอพลิเคชันทางรัฐ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และไม่จำเป็นต้องลบแอพลิเคชันทิ้ง
นายจุลพันธ์ ย้ำว่า จะต้องให้เกียรตินายกรัฐมนตรีคนใหม่ และรัฐบาลใหม่ ในการตัดสินใจดำเนินนโยบายว่า เรื่องใดสามารถเดินหน้าได้ ซึ่งตนเอง ไม่สามารถให้คำตอบได้มากกว่านี้ เพราะจะต้องรอพูดคุยกัน แต่ในระหว่างนี้คณะอนุกรรมการ และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง จะยังคงมีการประชุมเพื่อหารือเดินหน้าโครงการต่อไป รวมถึงการรอประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงบ่ายนี้ (15 ส.ค.) ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรักษาการ จะกำหนดให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ และกำหนดกรอบการทำงานเท่าที่สามารถทำได้ เพราะยังคงมีภาระหน้าที่ ที่รัฐบาล ต้องช่วยเหลือประชาชนอยู่ ซึ่งบางโครงการอาจต้องชะลอไปก่อน แต่น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในสัปดาห์หน้า