เนชั่นทีวี

การเมือง

"กฤษฎีกา" ตอบข้อกฎหมายชี้บุคคลพ้นโทษเกิน 10 ปีนั่ง รมต.ได้

20 พ.ค. 2567 | chairat_pat

"กฤษฎีกา" ตอบข้อกฎหมายชี้บุคคลพ้นโทษเกิน 10 ปีนั่ง รมต.ได้

"ปกรณ์ นิลประพันธ์" มีหนังสือตอบข้อกฎหมายถึง สลค. แจงบุคคลแบบไหนมีลักษณะต้องห้าม และขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี

20 พฤษภาคม 2567 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ส่งหนังสือตอบกลับข้อหารือของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เรื่องขอหารือเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยสอบถามไปเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2566 และทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทำหนังสือตอบกลับเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2566 

สำหรับเนื้อหาในหนังสือตอบกลับลงท้ายชื่อ "นายปกรณ์ นิลประพันธ์" เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า ตามหนังสือที่อ้างถึง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นในปัญหาข้อกฎหมาย เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี เฉพาะตามมาตรา 16 (6) ประกอบกับมาตรา 98 (7) และมาตรา 160 (7) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ความละเอียดทราบแล้วนั้น

"กฤษฎีกา" ตอบข้อกฎหมายชี้บุคคลพ้นโทษเกิน 10 ปีนั่ง รมต.ได้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเรียนว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าว โดยมีผู้แทนสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริง และมีความเห็นในแต่ละประเด็น ดังนี้

 

ประเด็นที่หนึ่ง เห็นว่า มาตรา 160 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นบทบัญญัติที่กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลซึ่งจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยใน (6) ของมาตราตังกล่าวบัญญัติว่า รัฐมนตรีต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 ซึ่งมาตรา 98 (3) กำหนดลักษณะต้องห้ามไว้ว่า "เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปี นับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ" 

ดังนั้น การได้รับโทษจำคุกไม่ว่าโดยคำพิพากษา หรือคำสั่งใด จึงเป็นลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี บุคคลซึ่งเคยได้รับโทษจำคุกในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล จึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าว เว้นแต่บุคคลนั้นได้พ้นโทษเกินสิบปีแล้ว หรือได้รับโทษจำคุกในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลทุโทษ อันเป็นข้อยกเว้นที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

"กฤษฎีกา" ตอบข้อกฎหมายชี้บุคคลพ้นโทษเกิน 10 ปีนั่ง รมต.ได้


ประเด็นที่สอง เห็นว่า มาตรา 160 (7) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ชัดเจนว่า รัฐมนตรีต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวไม่รวมถึงคำสั่งให้จำคุก ดังนั้น ผู้ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จึงต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก

 

ทั้งนี้ การให้ความเห็นในกรณีนี้เป็นการตอบข้อหารือตามที่ผู้แทนสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ขี้แจงต่อกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ว่าประสงค์จะขอหารือเฉพาะกรณีมาตรา 16 (6) ประกอบกับมาตรา 98 (7) และมาตรา 160 (4) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเท่านั้น

อนึ่ง ข้อหารือนี่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอันเป็นหน้าที่ และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดเป็นที่สุดย่อมเป็นหน้าที่ และอำนาจของศาสรัฐธรรมนูญ การให้ความเห็นในกรณีนี้ จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น

ข่าวล่าสุด