เนชั่นทีวี

การเมือง

"ชูศักดิ์" เผย 14 มี.ค. เชิญบุคคลเคยเกี่ยวข้องการชุมนุมแจง กมธ.นิรโทษกรรม

07 มี.ค. 2567 | chairat_pat

"ชูศักดิ์" เผย 14 มี.ค. เชิญบุคคลเคยเกี่ยวข้องการชุมนุมแจง กมธ.นิรโทษกรรม

"กมธ.นิรโทษกรรม" เผย 14 มี.ค. เชิญ "ณัฐวุฒิ-ถาวร-สุริยะใส-ภัสราวลี-ศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน-iLaw" ให้ข้อมูลถึงเหตุผลเข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุม พร้อมเริ่มนับคดีตั้งแต่ 1 ม.ค. 2548-ปัจจุบัน เพื่อวางเกณฑ์พิจารณา

7 มีนาคม 2567 การนิรโทษกรรมถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ฝ่ายการเมืองต่างหยิบยกขึ้นเพื่อหาข้อสรุปในการพูดคุย ถึงขอบเขตว่าจะรวมไปถึงกลุ่มบุคคลใดและฐานความผิดไหน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด  

โดย "นายชูศักดิ์ ศิรินิล" สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุม โดยมีมติว่าในสัปดาห์หน้าจะเชิญบุคคลที่ส่วนใหญ่มีบทบาทสำคัญ ในเหตุการณ์ทางการเมือง ซึ่งจำเป็นต้องทราบว่า มีความจำเป็นอะไรที่ต้องเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น มีการกระทำอะไร และคดีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

เชิญบุคคล-หน่วยงานเคยเอี่ยวม็อบเข้าชี้แจง

โดยในการประชุมวันที่ 14 มี.ค. ที่จะถึงนี้ จะมีการเชิญบุคคล ได้แก่

  1. นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อดีตผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) 
  2. นายถาวร เสนเนียม อดีตผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)
  3. น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล อดีตผู้ชุมนุมกลุ่มเยาวชน
  4. นายสุริยะใส กตะศิลา อดีตผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
  5. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
  6. กลุ่มโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)

ส่วนเรื่องกระบวนการพิจารณาของ กมธ. นั้น ได้ข้อยุติว่า จะเริ่มนับเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 จนถึงปัจจุบัน เพื่อจำกัดขอบเขตหน้าที่ว่า จะพิจารณาเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

มอบ "นิกร" แม่งานรวมข้อมูลความขัดแย้ง

นอกจากนี้ รวมถึงจะต้องดูว่าการกระทำในช่วงเวลานั้น มีการกระทำอะไรบ้าง มีเหตุการณ์อะไรบ้างที่เกิดขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวที่บ่งบอกว่าเกิดความขัดแย้งทางการเมืองอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งได้มอบให้ "นายนิกร จำนง" เลขาธิการ กมธ. เป็นผู้รวบรวมข้อมูล

ยังไม่พิจารณาความผิดมาตรา 112 

สำหรับการประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 14 มี.ค. จะเป็นการรับฟัง และในวันที่ 21 มี.ค. จะเป็นการพิจารณาข้อมูลในส่วนนี้ ส่วนกรณีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 ยังไม่มีการพิจารณาในขณะนี้

 

รวมข้อมูลคดีการเมืองเพื่อจำแนกเหตุการณ์ 

ขณะที่ นายนิกร กล่าวว่า ในฐานะประธานคณะอนุกรรมมาธิการพิจารณาข้อมูลและสถิติคดีความผิด อันเนื่องมาจากแรงจูงใจทางการเมืองนั้น ขณะนี้ได้ทำหนังสือขอข้อมูลคดีทางการเมือง ราว 50,000 คดี รวมถึงคดีที่เกิดขึ้นหลังปี 2563 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานศาลยุติธรรม และศาลทหาร เพื่อนำข้อมูลมารวมกัน และจำแนกเหตุการณ์เพื่อตัดสินใจ ก่อนเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ อนุ กมธ. จะรวบรวมคดีที่มีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมืองซึ่งเป็นศัพท์ทางเทคนิคที่ใช้ในหลายกมธ.และหลายประเทศ ซึ่งเป็นคำที่สำคัญ พร้อมยกตัวอย่าง สมัย นปช. หรือกลุ่มพันธมิตรฯ มีแรงจูงใจที่ต่างกัน แต่ก็จัดเป็นแรงจูงใจทางการเมืองเหมือนกัน ซึ่งจะนำมาพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปต่อไป

พิจารณาจากมูลเหตุเป็นตัวตั้งไม่ใช่บุคคล

ขณะเดียวกัน ตอนนี้จะยังไม่พิจารณาว่าคดีใดที่จะไม่เข้าข่ายนิรโทษกรรม เพียงแต่ดูเหตุการณ์ทั้งหมดในแต่ละช่วงเวลา แล้วนิยามว่ามีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ โดยเอาเหตุการณ์เป็นตัวตั้ง ไม่เอาตัวบุคคลผู้กระทำเป็นตัวตั้ง

ข่าวล่าสุด