เนชั่นทีวี

การเมือง

"กฎหมายนิรโทษกรรม" อย่าด่วนสรุปต้องครอบคลุม 112 แต่ควรฟังรอบด้าน

08 ก.พ. 2567 | chairat_pat

"กฎหมายนิรโทษกรรม" อย่าด่วนสรุปต้องครอบคลุม 112 แต่ควรฟังรอบด้าน

"กฎหมายนิรโทษกรรม" ประเด็นล่อแหลมต้องฟังทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน ด้าน "ชูศักดิ์" ชี้อย่าด่วนสรุปจะรวมหรือไม่รวมผู้กระทำผิด ม.112 ขณะที่ "ยุทธพร" เสนอเปิดพื้นที่ให้คนทุกกลุ่มได้รับผลกระทบเข้าพูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะ

8 กุมภาพันธ์ 2567 ยังเป็นเรื่องที่ต้องตามติดกับเรื่องการนิรโทษกรรม แม้รัฐบาลรวมถึงฝ่ายค้านจะเห็นร่วมกันในเรื่องนี้ แต่ก็ยังคงความเห็นต่าง โดยเฉพาะจะร่วมไปถึงกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 112 ด้วยหรือไม่

โดย "นายชูศักดิ์ ศิรินิล" สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า การประชุมวาระแรก ได้เสนอกรอบการทำงานเพื่อให้บรรลุกฎหมาย ซึ่งในการประชุมครั้งหน้าได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ คือ ศาสตราจารย์ คณิต ณ นคร , รองศาสตราจารย์ โคทม อารียา ที่เคยมีประสบการณ์ ในการศึกษาเรื่องนิรโทษกรรมและการปรองดอง มาให้ความเห็นต่อกรรมาธิการ 

ส่วนกรอบการทำงานนั้น ทาง กมธ.วางเป้าหมายจะหารือพูดคุยในรายละเอียดในการประชุมครั้งต่อไป พร้อมกับอ้างอิงความเห็นของสภาผู้แทนราษฎรที่ได้อภิปราย ซึ่งสะท้อนถึงความเห็นของทุกพรรคการเมืองเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม เพื่อนำไปสู่ความปรองดองของคนในชาติ ซึ่งบางพรรคการเมืองมีการเสนอร่างกฎหมายออกมาแล้ว 

 

"แต่ปัญหาใหญ่ของ กมธ. ที่ต้องขบคิด เราจะนิรโทษกรรมให้ครอบคลุมเพียงใด ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมและพรรคการเมืองถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ กมธ.จะต้องศึกษาตรงนี้ว่าจะครอบคลุมอะไร หรือการกระทำอะไรบ้าง หรือครอบคลุมตั้งแต่ช่วงเวลาใด กับบุคคลใดเป็นต้น อันนี้เป็นงานหนักของ กมธ." นายชูศักดิ์ กล่าว 



 

อย่างไรก็ตาม กมธ.จะต้องหารือให้ได้ข้อสรุปว่าในท้ายที่สุดหากเห็นตรงกันว่าควรจะนิรโทษกรรม หรือจะไปถึงขั้นการยกร่างกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากเป็นภารกิจตามที่ได้มีมติตั้ง กมธ.ชุดนี้ขึ้นมา เพื่อศึกษาการตรากฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญ จะต้องสอบถามให้เกิดความรอบคอบ เพื่อจะได้เกิดแรงร่วมใจกันในการทำงานให้สำเร็จ

สำหรับการจะนิรโทษให้กลุ่มบุคคลที่ต้องโทษคดีอาญามาตรา 112 ด้วยหรือไม่นั้น จะต้องฟังความเห็นของ กมธ. ขออย่าพึ่งด่วนสรุป ประกอบกับพิจารณาสถานการณ์ทางการเมืองและสังคมในขณะนี้ ซึ่งจะต้องดูให้เกิดความรอบด้าน อย่าถึงขั้นฟันธงว่าจะมีหรือไม่มีอะไร โดยเชื่อว่าผลการศึกษานิรโทษกรรมจากคณะต่าง ๆ นำมาพิจารณาศึกษาในชั้นกมธ.ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องตั้งคณะอนุขึ้นมาเพิ่ม

ด้าน "นายยุทธพร อิสรชัย" อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะกรรมการและที่ปรึกษากมธ.วิสามัญฯ กล่าวภายหลังการประชุมนัดแรก ว่า กฎหมายนิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม อย่างไรก็ดี กฎหมายคือเรื่องปลายทาง แต่เรื่องที่สำคัญที่สุด คือ กระบวนการที่ต้องสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา พูดถึงเรื่องการสร้างความปรองดอง และความสมานฉันท์มามากมาย แต่ปรากฏว่า ยังไม่เคยเห็นอะไรที่เป็นภาพเป็นผลชัดเจน

"เพราะฉะนั้น จะต้องเริ่มต้นด้วยหลักอธิปไตยแบบปรึกษาหารือ เรามีคำตอบล่วงหน้าแล้ว จะแก้หรือไม่แก้เรื่องใด อยากให้มีหน้าตาของกฎหมายแบบไหน ตรงนี้ไม่ใช่ปัจจัยแห่งความสำเร็จแน่นอน แต่ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่เกิดขึ้น คือกระบวนการพูดคุยหารือร่วมกัน ด้วยหลักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้คนทุกกลุ่มในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง ช่วงความขัดแย้งร่วมสมัยในประเทศไทยที่ผ่านมา" นายยุทธพรกล่าว

 

นอกจากนี้ เมื่อพูดถึงกฎหมายนิรโทษกรรม ในอดีตกลายเป็นเครื่องมือของคณะรัฐประหารทุกยุคทุกสมัย เพื่อใช้ในการนิรโทษกรรมตัวเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าต้องมองกฎหมายนิรโทษกรรมในลักษณะที่เป็นเครื่องมือร่วมกันของคนในสังคม เพื่อทางออกร่วมกัน ส่วนตัวคิดว่านี่จะเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ ของร่างกฎหมายนิรโทษกรรมในครั้งนี้ได้

ส่วนจะรวมการนิรโทษกรรมไปถึงคดีมาตรา 112 ด้วยหรือไม่นั้น ซึ่งประเด็นนี้มีความสำคัญประการหนึ่ง เพราะในระยะระยะเวลาที่ผ่านมามีบุคคลที่ต้องคดีเหล่านี้เป็นจำนวนมาก มีกระบวนการในการใช้กฎหมายให้กลายเป็นการเมือง จึงต้องพูดคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะ มีการเปิดพื้นที่ในการรับฟังทุกฝ่าย ทั้งประชาชน และฝ่ายการเมือง หรือแม้กระทั่งการหยิบยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาประกอบในการพิจารณาด้วย เพราะฉะนั้น การพูดและมองอย่างรอบด้านในประเด็นนี้ จะต้องหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน เพื่อให้สามารถคลี่คลายปมแห่งความขัดแย้งสำคัญตรงนี้ได้พอสมควร

 

"ผมยังเชื่อมั่นว่าการเปิดพื้นที่ทางการเมืองในครั้งนี้ เป็นการพูดถึงกฎหมายนิรโทษกรรมในสมัย และบรรยากาศที่มีความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการเปิดให้คนทุกกลุ่ม ร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้อย่างกว้างขวาง อย่างมีวุฒิภาวะ" นายยุทธพร

 

ข่าวล่าสุด