svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

ผู้ต้องหาคดีการเมืองกว่า 300 คน ร่วมแสดงพลัง ผลักดันแคมเปญ #นิรโทษกรรมประชาชน

11 กุมภาพันธ์ 2567
936

ผู้ต้องหาคดีการเมืองกว่า 300 คน ร่วมแสดงพลัง ผลักดันแคมเปญล่ารายชื่อ เพื่อนำเสนอร่างกฎหมาย "นิรโทษกรรมประชาชน" ต่อสภาฯ พร้อมชวนประชาชนลงชื่อหนุน ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์ และจุดล่ารายชื่อ-กิจกรรม

11 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ลานประชาชน สัปปายะสภาสถาน รัฐสภา เกียกกาย เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนจัดกิจกรรม "11.2 Love Fair" เชิญชวนผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกทางเมืองและประชาชนทั่วไปที่สนใจ เข้าร่วมแสดงพลังเป็นหมุดหมายสำคัญของแคมเปญล่ารายชื่อเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนต่อสภาผู้แทนราษฎร

ภายในงานมีกิจกรรมหลัก คือ การรวบรวมผู้ต้องหาทางการเมืองทุกคดีความ ทุกช่วงเวลา และทุกฟากฝั่งการเมือง กว่า 300 คน ถ่ายภาพร่วมกันเพื่อแสดงพลังเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันการออกกฎหมาย "นิรโทษกรรมประชาชน"

"ยิ่งชีพ อัชฌานนท์" ตัวแทนเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน กล่าวเรียกร้องให้มีการผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชน โดยเริ่มด้วยการเล่าเรื่องราวเส้นทางการบังคับใช้มาตรา 112 ที่เดินเคียบคู่กับการทำงานในฐานะทนายความของ "อานนท์ นำภา" จากผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเฟซบุ๊ก เขียนบทกวี ไปจนถึงการแชร์โพสต์พระราชประวัติ ร.10 โดยที่มีอานนท์รับหน้าที่ว่าความ ผ่านความเจ็บปวดจากความอยุติธรรมของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

"พวกเราที่มารวมตัวกันในวันนี้ต่างก็แบกเอาเรื่องราว บาดแผล ความเจ็บแค้น ความทรงจำเอาไว้มากมายนับกันไม่ถ้วน เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมากฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐที่จะสร้างความหวาดกลัว และกระบวนการยุติธรรมกลายเป็นกระบวนการที่ใช้สร้างภาระสร้างความปั่นป่วนในชีวิต โดยเฉพาะในคดีมาตรา 112 ที่ถามหาความปกติได้ยาก เพราะผู้พิพากษาเองก็ทราบว่ามันไม่ใช่คดีปกติ"

ตัวแทนเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน กล่าวอีกว่า ทนายความอย่างอานนท์ คือประจักษ์พยานของความไม่ปกติ จนถึงวันที่ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันฯ และยกเลิกมาตรา 112 ทำให้อานนท์ต้องถูกส่งเข้าเรือนจำเสียเอง 

"ข้อเสนอนิรโทษกรรมประชาชน ที่ต้องเรียกร้องเพื่อให้ได้มาในวันนี้ เป็นเรื่องเดียวกันกับที่เราเรียกร้องกันมาตลอดหลายปี คือ เสรีภาพขั้นพื้นฐาน และคือการทวงคืนความยุติธรรมให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และคือ การเสนอใช้สิทธิช่วยกันเสนอต่อผู้มีอำนาจสูงสุดอย่างเป็นทางการให้ปล่อยเพื่อนเรา" ยิ่งชีพ กล่าว

หลังจากนี้ กิจกรรมปิดท้ายแคมเปญนิรโทษกรรมประชาชน "ส่งรักให้ถึงสภา ถามหาความยุติธรรม เพื่อนิรโทษกรรมประชาชน" จะจัดขึ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ลานประชาชน โดยมีการเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองมารับรายชื่อประชาชน พร้อมกับแสดงความเห็นและจุดยืนต่อการนิรโทษกรรมประชาชน สำหรับผู้ที่สนใจ ก็สามารถเข้าร่วมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวันปิดแคมเปญได้
ผู้ต้องหาคดีการเมืองกว่า 300 คน ร่วมแสดงพลัง ผลักดันแคมเปญ #นิรโทษกรรมประชาชน
อนึ่ง แคมเปญ "นิรโทษกรรมประชาชน"ประกอบไปด้วยองค์กรภาคประชาสังคมอย่างน้อย 23 องค์กร และอาสาสมัครและนักกิจกรรมอีกมากกว่าร้อยคน มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. ... โดยใช้ช่องทางตามกฎหมายในการรวบรวมรายชื่ออย่างน้อย 10,000 รายชื่อ โดยกิจกรรมล่ารายชื่อมีตั้งแต่วันที่ 1-14 กุมภาพันธ์ ผ่านจุดล่ารายชื่อมากกว่าร้อยจุดทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ พร้อมกับกิจกรรมต่างๆ

เนื้อหาหลักของร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชน คือการยกเลิกคดีที่เกิดจากการแสดงออกทางการเมืองหรือมีมูลเหตุทางการเมืองทั้งหมดตั้งแต่การรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยครอบคลุมคดีที่เกิดขึ้นตามกฎหมายเช่น คำสั่งและประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไปจนถึงความผิดหมิ่นประมาทกษัตริย์ในมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

รวมถึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการนิรโทษกรรมประชาชน ประกอบไปด้วยตัวแทนจาก สส. ในสภา ผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมืองในช่วงเวลาต่าง ๆ ไปจนถึงภาคประชาสังคมที่ทำงานติดตามคดีการเมือง ทำหน้าที่พิจารณานิรโทษกรรมคดีอื่น ๆ ที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองด้วย เพื่อรับประกันว่าจะไม่มีใครตกหล่นจากการนิรโทษกรรมประชาชน

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถร่วมลงรายชื่อในแคมเปญ #นิรโทษกรรมประชาชน แบบออนไลน์ได้ที่ https://amnestypeople.com/ โดยข้อมูลในเว็บดังกล่าว ณ ช่วงเย็นวันที่ 11 ก.พ. 2567 ระบุ มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 20,000 รายชื่อ


ขอบคุณภาพและข้อมูล : iLaw