ส่วนการอภิปรายครั้งนี้จะมีข้อมูลที่นำไปสู่การเอาผิดทางกฎหมายกับรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ขอให้รอติดตาม แต่โดยเบื้องต้นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ คือ การ "ไม่ทำอะไร" อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน และเป็นรูปธรรมตามที่ได้แถลงนโยบายไว้มากกว่า ส่วนอะไรที่ทำไปแล้วนั้นก็มีปัญหา
สำหรับการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 จะแตกต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันบริหารราชการโดยมีการใช้จ่ายงบประมาณแบบไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะ พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2567 ยังไม่ผ่าน ฉะนั้น เรื่องของการใช้จ่ายงบที่จะนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน ยังอาจจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ แต่ยืนยันว่าประเด็นที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายในครั้งนี้ไม่เลื่อนลอย มีหลักฐาน มีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรมแน่นอน
ส่วนจะมีเรื่อง "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้น โดยประเด็นหลักในการอภิปรายมีหลายเรื่อง โดยเรื่องนิติรัฐ-นิติธรรม เป็นแค่ส่วนหนึ่ง และในหัวข้อนี้จะไม่ได้มีเฉพาะกรณีของนายทักษิณ เพียงอย่างเดียว
"แต่ประเด็นหลัก ๆ เลย คือ การเพิกเฉยต่อการดำเนินนโยบายตามที่ตัวเองได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และการบริหารราชการแผ่นดินในหลาย ๆ เรื่อง ที่มีลักษณะไร้จริยธรรม ไร้ประสิทธิภาพ ขาดวุฒิภาวะ ไร้ผลงานที่จับต้องได้ ซึ่งหลังจากนี้ทางพรรคก้าวไกล จะประสานกับทุกพรรคเพื่อรวบรวมประเด็น เพื่อที่จะมาจัดกลุ่มในการอภิปรายและจัดสรรเวลาที่เหมาะสมร่วมกันหลังจากนี้" นายชัยธวัช กล่าว
สำหรับที่มีสังเกตว่าการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคก้าวไกลมีการเกี้ยเซียะกับฝั่งรัฐบาล ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน และขอให้เอาการกระทำและเนื้อหาการอภิปรายเป็นข้อพิสูจน์ดีกว่า