เนชั่นทีวี

การเมือง

สภาฯ มีมติเอกฉันท์รับหลักการ พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งคสช. แก้ปัญหาชายแดนใต้

21 ก.พ. 2567 | chairat_pat

สภาฯ มีมติเอกฉันท์รับหลักการ พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งคสช. แก้ปัญหาชายแดนใต้

เอกฉันท์ 421 เสียง สภาฯรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งคสช. 14/2559 เหตุสร้างผลกระทบต่อประชาชน ไม่ช่วยแก้สถานการณ์ในพื้นที่ปลายด้ามขวาน หนุนฟื้นที่ปรึกษาชายแดนภาคใต้ให้พลเรือนเข้ามามีส่วนร่วมเหนือทหาร

21 กุมภาพันธ์ 2567 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีวาระสำคัญ คือ การพิจารณรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 14 / 2559 เรื่องคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ซึ่งเสนอโดย นายยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ และยังมีร่าง พ.ร.บ.ในลักษณะเดียวกันอีก 2 ฉบับ ที่เสนอโดยนายรอมฏอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

ก่อนที่ประชุมจะมีมติเป็นเอกฉันท์ 421 เสียง ให้ความเห็นชอบรับหลักการ ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช. 

โดย นายยูนัยดี ชี้แจงหลักการการยกเลิกคำสั่ง คสช. ดังกล่าว ว่า เดิมมี พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 เป็นกฎหมายเพื่อให้มีหน่วยงานหลักบูรณาการพัฒนาแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ให้เป็นระบบ ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และกำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้

ทั้งนี้ แต่คำสั่ง คสช. ที่ 14/2559 มีการกำหนดองค์ประกอบขึ้นใหม่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหา ไม่มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาให้เกิดความสงบสุขในท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ ตนและพรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว และให้สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้กลับมาบริหารงานเช่นเดิม

ด้าน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า คำสั่ง คสช. 14/2559 เป็นการรวมศูนย์อำนาจไปไว้ที่ส่วนกลาง เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีตัวแทนจากแต่ละภาคส่วน การบริหารเช่นนี้ทำให้การบริหารปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ประสบความสำเร็จ และยังมีปัญหาเพิ่มขึ้น และหลายหน่วยงานเสนอควรยกเลิกคำสั่ง คสช. แล้วกลับไปใช้กฎหมายเดิม

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ชี้แจงว่า พรรคก้าวไกลต้องการยกเลิกคำสั่ง คสช. เพื่อล้างมรดกของการรัฐประหาร เป็นการฟื้นสภาที่ปรึกษาชายแดนภาคใต้ ฟื้นพลเรือนให้มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาเหนือทหาร และเห็นว่าการพูดถึงเขตปกครองพิเศษอาจมีความจำเป็น เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

 

"แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร 2557 ที่ผ่านมา อย่างน้อยที่สุดยังมีประกาศ และคำสั่ง 4 ฉบับ ที่ส่งผลถึงการทำหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการแต่งตั้ง ภายใต้การเสนอชื่อ กอ.รมน. และ ศอ.บต. ของผู้ว่าราชการ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดหลายคน ก็ไม่ใด้เป็นคนในพื้นที่ หรือมีความรู้ความเข้าใจต่อวัฒนธรรมประเพณีในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้" นายณัฐวุฒิ กล่าว 

อย่างไรก็ตาม สำหรับการอภิปรายของ สส.ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ ต่างสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้ารักษา คสช.ฉบับที่ 14 / 2559 เนื่องจากเห็นว่า พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีความแตกต่างจากพื้นที่อื่น ๆ เนื่องจากเหตุการณ์ความมั่นคง รวมถึงการกำหนดกรรมการปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ คสช.กำหนดนั้น ก็ไม่ได้มีความเข้าใจประชาชนในพื้นที่ ได้ดีกว่าสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามกฎหมายการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553

เนื่องด้วย สภาที่ปรึกษาฯนั้น มาจากการเลือกตั้งของประชาชนที่มาจากหลากหลายภาคส่วนในพื้นที่ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบจ. ฯลฯ ดังนั้น จึงมีความเข้าใจ และให้คำปรึกษาต่อ ศอ.บต. มากกว่ากรรมการที่ปรึกษาฯ ที่ คสช.ตั้งขึ้น ดังนั้น จึงสนับสนุนให้ยกเลิกคำสั่งฉบับนี้ ที่ทำให้คนในพื้นที่ทำงานด้วยความยากลำบาก รวมถึงยังควรยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 98/2557 และคำสั่ง คสช.ที่ 57/2559 ด้วย เพราะการแก้ปัญหาชายแดนใต้จะต้องแก้ปัญหาให้ครบวงจร

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กำหนดให้มีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อพิจารณาปรับแก้ร่าง พ.ร.ย.ยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 14 / 2559 เรื่องคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดหน้าที่ของ กอ.รมน. จำนวน 31 คน โดยใช้ร่างกฎหมายที่เสนอโดยนายชูศักดิ์ เป็นร่างกฎหมายหลักที่ใช้ในการพิจารณา

 

ข่าวล่าสุด