ดังนั้นสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย เห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องรีบดำเนินการ เนื่องจากคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นอุปสรรคของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทางสมาพันธ์ฯ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22 / 2558 ข้อที่ 4 ในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ และให้ใช้พระราชบัญญัติสถานบริการ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2556
นายคฑาวุธ ให้สัมภาษณ์ว่า “สมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย มีภาพลอยมาตั้งแต่สมัยโควิดปี 63 ในช่วงของ คสช. โดยปกติผู้ประกอบการก็ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว ขอให้ลดหย่อนลงมาในวันนี้ ซึ่งมันมีในกฎหมายในข้อที่ 4 ผลกระทบตลอด 9 ปีที่ผ่านมาวงกว้างมากทั้ง 2 ฝ่าย แน่นอนทางผู้ประกอบการไม่ให้เด็กต่ำกว่า 20 ปีเข้า ไม่มีการพกพาอาวุธต่าง ๆ ทั้งการไม่จำหน่ายสุราให้เด็กต่ำกว่า 20 ปี เราปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว ถ้ามีการสอดแทรกเข้ามา ก็เจอ 5 ปี นั่นเป็นที่มาที่เราได้มาในนามของสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย มาร้องทุกข์ในข้อกฎหมายข้อนี้”
นายคฑาวุธ กล่าวว่า “รองนายกรัฐมนตรีก็ได้รับเรื่องนี้ รวมถึงข้อที่ 2 คือ กฎหมายใบอนุญาตของผู้ประกอบการ ตอนนี้คือเรามีแค่ 2 ประเภท คือ ผู้ประกอบการร้านอาหาร กับ ผู้ประกอบการสถานบริการ ผู้ประกอบการร้านอาหารไม่สามารถที่จะมีดนตรีสดได้ กล่าวคือมีดนตรีแค่ โฟล์คซอง 2 ชิ้น ไม่สามารถมี 2 ชิ้นได้ ซึ่งปัจจุบันผิดกฎหมายอยากทำตรงนี้ให้ถูกต้อง”
ด้าน นายบริพันธ์ กล่าวว่า “รองนายกฯ เองก็ได้บอกว่าท่านเป็นนักดนตรีเหมือนกัน เลยเข้าใจและรับทราบว่า การเล่นดนตรีในร้านอาหารตามใบอนุญาตเป็นเครื่องดนตรีแต่ห้ามมี 2 ชุด เมื่อไหร่ที่มี 2 ชุดก็จะเล่นเป็นมหรสพ ซึ่งพวกเราก็ไม่เคยรู้เลยว่าออกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2509 ท่านว่าจะขออนุญาตปรับเนื่องจากเป็นคำสั่งของกระทรวง เชื่อว่าเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้ นักร้อง นักดนตรี ได้กลับมามีอาชีพนักดนตรีในร้านอาหารที่ถูกต้อง ขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้กระจายเรื่องราวของคนบันเทิง ซึ่งถือว่าเป็นซอฟต์พาวเวอร์ นี่คือห้องรับเเขกของประเทศ ในเมื่อประเทศไทยเราได้รายได้จากการท่องเที่ยว ผู้ที่พานักท่องเที่ยวมาต้องเข้าสถานที่บันเทิง ถือว่าปลดล็อกได้ประมาณเกือบ 30 ล้านคน”