"นายกฯ" ขอทุกฝ่ายมือเปื้อนดินเท้าเปื้อนโคลนลงพื้นที่แก้ฝุ่นพิษ PM2.5
15 ก.พ. 2567 | chairat_pat

"เศรษฐา ทวีสิน" กำชับทุกฝ่าย "ใส่ร้องเท้าบูธ-มือเปื้อนดิน-เท้าเปื้อนโคลน" ลงพื้นที่ดูและแก้ปัญหาฝุ่นพิษอย่างจริงจัง โดยใช้โมเดลเชียงใหม่เป็นตัวอย่าง
การเมือง
15 ก.พ. 2567 | chairat_pat

"เศรษฐา ทวีสิน" กำชับทุกฝ่าย "ใส่ร้องเท้าบูธ-มือเปื้อนดิน-เท้าเปื้อนโคลน" ลงพื้นที่ดูและแก้ปัญหาฝุ่นพิษอย่างจริงจัง โดยใช้โมเดลเชียงใหม่เป็นตัวอย่าง
15 กุมภาพันธ์ 2567 จากกรณีปัญหาสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร มีค่าเกินกว่ามาตรฐานกำหนดจนเข้าขั้นวิกฤตสีแดง รวม 17 พื้นที่ใน กทม. ขณะที่ "นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศวานนี้ (14ก.พ.) เพื่อขอหน่วยงาน กทม. และขอความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ในการ Work From Home
โดยวันนี้ (15ก.พ.) "นายเศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้ปฎิบัติภารกิจด่วนที่ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อเดินทางมาถึงได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งพบว่าวันนี้หลายพื้นที่สถานการณ์ฝุ่นเป็นสีแดง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และกรุงเทพมหานครได้ขอความร่วมมือให้ประชาชน Work From Home เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ
ทั้งนี้ นายเศรษฐา เปิดเผยภายหลังรับฟังบรรยายสรุป ว่า วันนี้มาดูปัญหา PM2.5 ได้มีการพูดคุยกันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมีจุดความร้อนอยู่ที่ไหน ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก จ.กาญจนบุรี และวันนี้เวลา 13.30 น. ได้นัดประชุมกับ รมว.มหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และทีมงาน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา
"ซึ่งหากดูจากแผนที่จุดความร้อนจะพบว่า จ.เชียงใหม่ ซึ่งควรจะเป็นช่วงที่มีฝุ่น PM2.5 สูงเป็นลำดับต้นๆ แต่ปรากฏว่าขณะนี้เป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะมีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งจะนำเชียงใหม่โมเดลไปใช้ในทุกจังหวัด ต้องเริ่มจากการให้องค์ความรู้กับเกษตรกร และฝ่ายความมั่นคงได้ใช้เครื่องมือมาขนส่งเศษวัสดุก่อสร้างไปบนิหารจัดการให้ถูกต้อง" นายเศรษฐา ระบุ
ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะสั้นได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานกับหน่วยงานความมั่นคง หลังจากที่ได้รับข้อมูลจุดพื้นที่ความร้อนจากกระทรวงทรัพย์ฯ ว่าพื้นที่ที่เป็นจุดความร้อนจริง ๆ ต้องสั่งการให้ตรงจุดว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะในพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง กัมพูชา เมียนมา และ ลาว ไม่ใช่รอสภาพอากาศว่า อีก 3-4 วัน ทิศทางลมจะดีขึ้นหรือฝนฟ้าอากาศจะช่วย ต้องทำทันที การรอดินฟ้าอากาศไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง
สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวควรจำกัดเรื่องการปล่อยควันดำจากท่อไอเสียและส่งเสริมการใช้รถอีวี เพราะปัญหาฝุ่นกว่า 25% มาจากท่อไอเสีย ส่วนการย้ายคลองเตยออกไปอยู่ในพื้นที่อื่นนั้น กรุงเทพมหานครได้เสนอเรื่องมา แต่ต้องพูดคุยกันก่อน เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นในระยะยาว รวมไปถึงการเผาในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มาตามทิศทางลมด้วย ขณะเดียวกันจะมีการเชิญชวนประชาชนใช้รถขนส่งสาธารณะมากขึ้น ส่วนการลดค่าโดยสารเพื่อสร้างแรงจูงใจต้องมีการพูดคุยกันก่อน
ขณะที่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายเศรษฐา ได้เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่น ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยนายเศรษฐา กล่าวตอนหนึ่งว่า ที่เมืองกาญจนบุรีมันแย่มาก ไม่อยากให้ว่าคนใดคนหนึ่ง ไม่มียาเสพติดของเถื่อนก็เข้ามา ซึ่งที่เมืองกาญจนบุรี ได้เรียนผู้บัญชาการทหารบกไปแล้วว่าการขนส่งสินค้าเข้ามามีจำนวนมาก ตนเองดูกระทรวงการคลังอยู่ มีปัญหาจำนวนมาก จึงได้ย้ายไปช่วยราชการเยอะแล้ว มันไม่ได้เกี่ยวกับ PM 2.5 แต่การประสานงานระหว่างหน่วยราชการ จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ว่าในหลายฝ่ายไม่ราบรื่น ซึ่งต้องขอโทษด้วย ถ้าวันนี้จะมีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา
ทั้งนี้ จ.เชียงใหม่ทำได้ดี ต่อไปนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดจะต้องลงพื้นที่ให้เยอะขึ้น ไปบัญชาการเอง เรื่องการเก็บวัชพืช เรื่องการป้องกันไฟที่จะเกิดขึ้น ลงไปดูแลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีเครื่องมือที่ดีมาก สามารถบอกได้ทันที สั่งการได้ กระทรวงทรัพย์ฯมีอุปกรณ์พร้อม ขอฝากรองนายกฯ ให้เต็มที่ในทุกจังหวัด ใครมีกลไกสามารถระดมสรรพกำลังคน และความรับผิดชอบ เชื่อว่าทำได้ อย่างไรฝากด้วย กองทัพด้วย
ส่วนพื้นที่ภาคเหนือ ได้คุยกับผบ.ทบ. ในเรื่องของการใช้รถลำเลียงคนของกองทัพให้เอามาใช้ลำเลียงวัชพืชทางการเกษตร เอาไปทำปุ๋ยอินทรีย์ รัฐบาลสนับสนุนด้านนี้ จะช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มแทนการเผา ไม่ต้องฝังกลบ สามารถเก็บเกี่ยวได้มากขึ้น ขอฝากพื้นที่ประสานงานกับผู้บัญชาการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และเกษตรจังหวัด รวมทั้งท้องถิ่นช่วยกัน และที่ท่านอยากให้ตนลงไปในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ตนก็พร้อมที่จะไป ไม่มีปัญหา ขอให้บอกมา
ระหว่างนี้มีรายงานว่า อีก 3 วัน ทิศทางลมจะเปลี่ยน สถานการณ์จะดีขึ้น แต่เราอย่าหวังเรื่องของทิศทางลม เราต้องช่วยกัน มันดีได้ 2 วัน เดี๋ยวมันก็เลวได้อีก 3 วัน ตรงนี้มีคนป่วย คนเจ็บ และอาจจะมีเสียชีวิตได้ มันเป็นสิทธิพื้นฐานของพี่น้องประชาชน รัฐบาลก็ต้องดูแล ส่วนฝุ่นละอองที่มาจากกัมพูชาหรือจากอะไร ตนก็จะรับไป พูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศ อย่างไรเราคงจะต้องมีการประชุมกันใหม่อีก ขอฝากให้นายอนุทินแข็งขันนิดนึง เพราะมันจะสุดสัปดาห์แล้ว บ่ายนี้หรือพรุ่งนี้เช้าควรจะประชุมกันอีก อาจจะวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ก็ได้ อย่าให้เป็นการสั่งการอย่างเดียว
"ขอเถอะ ควรจะต้องลงพื้นที่ให้เยอะขึ้น ไปสำรวจกันหน่อย ใส่รองเท้าบูทยอมเหนื่อยกันหน่อย มือเปื้อนดิน เท้าเปื้อนโคลนหน่อย ถ้าผู้ใหญ่ลงไปกันเอง ผมว่ามันได้ใจนะ ซึ่งที่เชียงใหม่ก็ทำอย่างนั้น ทุกๆ ภาคส่วนเลย รวมถึงแม่ทัพภาคที่ 3 ก็ทำได้มาก ยังไงฝากหน่อยแล้วกัน และมันจะช่วยได้หมด ไม่ใช่แค่ PM 2.5 อย่างเดียว เรื่องยาเสพติด สินค้าเถื่อน ถือเป็น 3 ปัญหาหลัก หากแก้ปัญหาสินค้าเถื่อนได้ดี พืชผลไทยก็จะขึ้นมาเยอะ รายได้พี่น้องจะเข้าสู่กระเป๋าเยอะขึ้น เพราะไม่ไปสอดส่ายกับยาเสพติด ผมว่ามันเป็นห่วงโซ่ที่จะเป็นเรื่องบวกในวันข้างหน้า ยังไงขอให้หนักหน่อย เสาร์อาทิตย์นี้ถ้าเป็นไปได้ ผู้ใหญ่ลงไปหน่อยแล้วกัน และขอให้รองนายกฯไปเยี่ยมที่เชียงใหม่ด้วย ไปให้กำลังใจเขาหน่อย เพราะเขาทำได้ดีมากจริงๆ และให้นำไปทำในพื้นที่จังหวัดอื่นด้วย" นายเศรษฐา กล่าว
"อนุทิน" เผยเตรียมลงเชียงรายคุยผู้ว่าฯทุกจังหวัดแก้ PM2.5
ด้าน "นายอนุทิน" เปิดเผยภายหลังการเข้าหารือกับนายกฯ ว่า นายกฯ กำชับให้เร่งลงพื้นที่และผู้ว่าราชการจังหวัดไปดูหน้างาน พร้อมขอความร่วมมือชาวบ้านให้หยุดการเผาวัชพืช เศษใบไม้อะไรต่างๆ อีกทั้ง ให้บูรณาการการร่วมกัน ระหว่าง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกองทัพบก ช่วยกันจัดยานพาหนะขนวัชพืชของชาวบ้านหาทางไปทำเป็นพลังงานอื่นแทนการเผา ซึ่งตนก็รับปฏิบัติ
อย่างไรก็ดี จากนี้จะเดินทางไป จ.เชียงราย ประชุมกับผู้ว่าฯ ภาคเหนือทั้งหมด ให้เร่งเข้าพื้นที่ ทำความเข้าใจกับประชาชน และหาวิธีแก้ไข ก็คิดว่าน่าจะทำได้เหมือนกับที่ จ.เชียงใหม่ ที่บริหารจัดการได้ดี แต่ตอนนี้จุดความร้อนไปอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งก็ต้องโทรไปคุยกับผู้ว่าฯ กาญจนบุรี ให้ลงพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
ส่วนเรื่องมาตรการเร่งด่วนเพราะตอนนี้ฝุ่นหนานั้น มันมีหลายปัจจัย ก็ต้องใช้กฎหมายเต็มที่ และเร่งขอความร่วมมือกับเกษตรกรทั้งหลาย ทั้งนี้ ปัญหาในต่างจังหวัดมาจากการเผา แต่ถ้าในเมืองใหญ่ อย่าง กรุงเทพ อาจต้องใช้มาตรการเวิร์คฟอร์มโฮม ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่เข้าสภาแล้ว และสนับสนุนการใช้รถสาธารณะให้มากที่สุด ก็จะลดสภาวะฝุ่นได้
WFH ไม่ต้องออกกฎหมายขึ้นกับสำนึกรับผิดชอบ
สำหรับความพยามเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปได้แค่ไหน เพราะการเวิร์คฟอร์มโฮม ก็อาจไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร นายอนุทิน กล่าวว่า หลายบริษัทยังมีการอนุญาตให้ WFH อยู่ ยกเว้นบางอย่างทำไม่ได้ แต่ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าในช่วงโควิดระบาด WFH ก็ไม่ได้กระทบต่อการทำงานหรือโอกาส เพราะหลายบริษัทก็ขยายตัว ขยายขนาดก็มี เพราะฉะนั้นไม่ใช่ปัญหาอุปสรรคใด ๆ ซึ่งช่วงไหนที่อากาศไม่ดีก็ต้องให้ความร่วมมือ
"เรารู้ที่มาปัญหา อย่างตอนโควิดพอลดการเดินทาง ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่มี แต่พอโควิดลดความรุนแรงลง ก็กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม ผลพวงก็เป็นแบบนี้ ซึ่งเราก็ต้องอยู่แบบมีคุณภาพชีวิตที่ดี" นายอนุทิน ระบุ
เมื่อถามว่า การ WFH ต้องออกเป็นกฎหมายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า กฎหมายเป็นส่วนของกฎหมาย แต่การประกาศ WFH ไม่ได้หมายความว่าต้องหยุด ล็อกดาวน์เหมือนสมัยโควิด แต่อาจจะเป็นการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน
ส่วนที่ กทม. ขอความร่วมมือ WFH แต่ก็ยังไม่เป็นผลอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบต่อกันและกัน ไม่มีบ้านไหน ประเทศไหน ที่บังคับว่าทุกคนต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ อันนี้เป็นเรื่องของจิตสำนึก
ส่วนมาตรการเรื่องการเผา ยืนยันว่าใช้อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีลักลอบเผาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก็ต้องใช้การเจรจาโดยรัฐบาล และพร้อมตรวจสอบนายทุนไทย ที่ให้ทุนไปทำการเกษตรในประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งอาจมีเรื่องของการแซงชั่นทางการค้า ขณะที่ปัญหารถควันดำก็มีกฎหมายอยู่แล้ว มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลจับกุมอยู่
"บิ๊กทิน" สั่งการกองทัพเตรียมรับสถานการณ์
ขณะที่ "นายสุทิน คลังแสง" รมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยให้กองทัพได้เตรียมตัวออกไปช่วยเหลือประชาชนและสังคม เช่น ภัยแล้ง ที่จะเกิดขึ้นแน่นอนตามพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งกองทัพจะต้องเตรียมความพร้อมและเป็นหน่วยหลักที่จะเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที ส่วนเรื่องของ PM 2.5 วันนี้ก็ได้สั่งการมาเป็นลำดับ และได้กำชับในที่ประชุมอีกครั้งว่า กองทัพอากาศและทุกกองทัพ ต้องพร้อมและสามารถปฏิบัติงานทันที
นายสุทิน กล่าวต่อว่า ที่ประชุมพูดถึงเรื่องการประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลข่าวสาร โดยได้กำชับให้ทุกเหล่าทัพได้ประสานให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารในรูปแบบเดียวกัน นอกจากนั้น เป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย ซึ่งตนได้ถามความคืบหน้าทุกนโยบายที่ได้มอบหมายไป โดยทุกเหล่าทัพได้รายงานมาซึ่งเป็นที่น่าภูมิใจทุกเหล่าทัพที่มีความคืบหน้าทุกโครงการ
ด้าน "นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม" อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงมาตรการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ดำเนินการ ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2566 โดยมีการขึ้นบินทุกวัน เพื่อช่วยให้สถานการณ์ฝุ่นไม่รุนแรงมากนัก แต่ว่าในช่วงสัปดาห์นี้การแก้ปัญหาทำได้ยาก เพราะการเผาจากพื้นที่นอกประเทศ มีความรุนแรงมากขึ้น 2-3 เท่า จากปกติ รวมถึงสภาพอากาศจากฝั่งทิศตะวันออก ที่มีการพัดหมอกควันมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าพื้นที่กรุงเทพ โดยตรง
"และในช่วงนี้กรมฝนหลวง ยังคงเร่งปฎิบัติการณ์เช่นเดิม เพื่อบรรเทาสถานการณ์ และให้ฝุ่นลอยขึ้นอากาศให้เร็วที่สุด แต่เนื่องจากเครื่องมือ และอุปกรณ์ของกรมฝนหลวงมีน้อย จึงทำได้เพียงระดับหนึ่ง แต่ยืนยันว่า กรมฝนหลวง จะพยายามติดตาม และบรรเทาสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ก็จะปฎิบัติการบินเพื่อทำฝนเทียม ซึ่งภายใน 1-2 วัน คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น" นายสุพิศ กล่าว