ย้อนฟังเบื้องลึกจากปาก "ธีรยุทธ"
นายธีรยุทธ เคยให้สัมภาษณ์กับทาง "เนชั่นทีวี" ถึงเหตุผลและเป้าหมายสำคัญที่จำเป็นต้องยื่นคำร้องดังกล่าวต่อ "ศาลรัฐธรรมนูญ" ปม "พิธา-ก้าวไกล" หาเสียงแก้ไขมาตรา 112
โดยทนายความอิสระท่านนี้ ระบุว่า เราต้องการที่จะให้เกิดความชัดเจนขึ้นในสังคมเสียก่อนว่า พฤติกรรม หรือการดำเนินการของพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะคุณพิธา มีเจตจำนงสิ่งใดแน่ เขายืนยันว่าเพียงแต่แก้ไข ไม่ได้มีความประสงค์จะยกเลิก แต่ปรากฎว่าญัตติการเสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ตามที่พรรคก้าวไกลได้นำเสนอต่อรัฐสภา มีความประสงค์ ที่จะยกเลิกมาตรา 112
"ผมได้สำเนาร่างกม.ฯ ของพรรคก้าวไกลมา เมื่อมาตรวจดู สิ่งที่พบเห็นอย่างแรก คือ ไม่ใช่การแก้ไข ยืนยันได้อย่างที่หลายท่านเห็นแล้วว่า มีความประสงค์ ยกเลิก เราได้ติดตามฟัง การให้สัมภาษณ์ การให้ข่าว หรือการพูดแนวนโยบายของพรรค ยิ่งมีความชัดเจนมากขึ้น มีความประสงค์อย่างอื่น ที่ซ่อนเร้น ไม่แจ้งแก่ประชาชนอย่างละเอียด" นายธีรยุทธ กล่าว
นายธีรยุทธ ยังชี้ให้เห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับก้าวไกล เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญแสดงให้เห็นพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเทียบเคียงได้กับคำวินิจฉัยศาลรธน.สองฉบับก่อนหน้านี้
เราคุ้นชินในการอ่านคำวินิจฉัยของศาล รธน. อยู่สองฉบับ ฉบับแรก เป็นคำวินิจฉัย "ยุบพรรคไทยรักษาชาติ" อีกฉบับเป็นคำวนิจฉัยที่ 19 /2564 เกี่ยวกับ เรื่องการเรียกร้อง 10 ข้อ ที่เกิดขึ้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต สิ่งที่เห็นสองคำวินิจฉัย ศาล รธน.จะกล่าวหลายครั้งหลายบรรทัดเพื่ออธิบายคำหนึ่งที่เป็นคำสำคัญ ที่ท่านวินิจฉัยไว้ พฤติกรรมอันเป็นการกัดเซาะ บ่อนทำลาย ด้อยค่า สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งคำวินิจฉัยทั้งสองฉบับ ท่านพูดไว้ในบรรทัดเหล่านี้จำนวนมาก
เมื่อพิจารณาจากคำวินิจฉัย "พรรคไทยรักษาชาติ" ศาล รธน.วางคำวินิจฉัยไว้อย่างชัดเจนว่า นโยบายที่แสดงออก ไม่ว่าด้วยสมาชิกพรรคก้าวไกลเอง ในขณะหาเสียง หรือคุณพิธา หรือกรรมการบริหารพรรค เมื่อได้พูดแนวนโยบายใดออกไปแล้ว เมื่อแนวนโยบายนั้นสอดคล้องต้องกัน หากเกิดความเสียหาย หรือความไม่ถูกต้อง การฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายใด ณ จุดใด กรรมการบริหาร หัวหน้าพรรค และตัวพรรคก้าวไกลจำเป็นต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ คำวินิจฉัย ศาล รธน. ทั้งสองฉบับ มีผลผูกพันทุกองค์กร ทำให้นายธีรยุทธ มองว่า การกระทำของนายพิธา และ พรรคก้าวไกล จะเผชิญชะตากรรมเดียวกัน กับพรรคไทยรักชาติ และกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์
นายธีรยุทธ กล่าวอีกว่า หาก ศาล รธน. วินิจฉัยให้ นายพิธา และพรรคก้าวไกล หยุดการกระทำแก้ไขมาตรา 112 จะส่งผลไปถึงอีกคำร้องที่ตนได้ยื่นไว้กับ กกต. โดยคำร้องดังกล่าว ยังอยู่ในสารบบของกกต.
ฉะนั้น เป้าหมายของนายธีรยุทธ ไม่เพียงแค่ให้ศาล รธน. มีคำวินิจฉัยสั่ง นายพิธาและพรรคก้าวไกล เลิกการกระทำแก้ไข ม.112 เท่านั้น แต่ยังหวังว่า กกต. จะรับลูกคำวินิจฉัยของศาลรธน. เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ "ยุบพรรค" ต่อไป
ถึงวันนี้ ทุกคนคงจะได้รู้คำตอบแล้วว่า ศาล รธน. มีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร หลังจากนี้คงต้องดูกันต่อว่า เรื่องนี้จะไปถึงขั้น ก้าวไกลโดน "ยุบพรรค" หรือไม่?
อ้างอิงจาก : https://www.bbc.com/thai/articles/c881x2kd1xmo