เนชั่นทีวี

การเมือง

"ภูมิธรรม" ยัน "เพื่อไทย" ไม่ยื้อ กม.นิรโทษฯ บอก ต้องหาจุดร่วม กันเกิดขัดแย้ง

30 ม.ค. 2567 | tinakit_rat

"ภูมิธรรม" ยัน "เพื่อไทย" ไม่ยื้อ กม.นิรโทษฯ บอก ต้องหาจุดร่วม กันเกิดขัดแย้ง

"ภูมิธรรม" ยัน "เพื่อไทย" ไม่ยื้อ กม.นิรโทษกรรม บอกต้องหาจุดร่วม กันเกิดการขัดแย้ง ลั่น รัฐบาลต้องหาสิ่งที่ดีที่สุด เพราะรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองด้าน "เลขาฯ เพื่อไทย" ชงตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาแนวทางเสนอ ขณะที่ "พริษฐ์" ยอมรับเสียง "ก้าวไกล" ไม่พอผ่านร่าง

30 มกราคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึง กรณีที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการยื้อกฎหมายนิรโทษกรรม ด้วยการตั้งคณะกรรมการว่า ตนขอถามปัญหากับสังคมว่า เรื่องนี้ถ้าดำเนินการไปแล้ว ส่วนใหญ่เห็นเหมือนกันจริงๆ พรรคเพื่อไทย ก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะไปยื้อ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เราพูดไว้ชัดเจนตั้งแต่ต้นคือ ปัญหาของประเทศ 10 ปีที่ผ่านมา เกิดจากวิกฤตความขัดแย้งที่ไม่ยินยอมกัน และต้องการที่จะผลักดันให้ได้ตามความต้องการของตน หากเป็นแบบนี้คงต้องใช้เวลา เพื่อที่จะทำให้ปัญหาคลี่คลายลง ถึงจุดที่พอเป็นฉันทามติของสังคมได้ การแก้ปัญหาก็จะจบ

แต่ตราบใดที่คุยกันแล้ว ยังมีคนต้านอย่างรุนแรง แล้วเรามาประเมินว่า การต้านเพียงแค่ไม่ใช่ของคนกลุ่มเล็กๆ ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลยังจะไม่ขยับ จนกว่าจะมีข้อสรุปของสังคม ขอย้ำว่าไม่ใช่การยื้ออะไร แต่เป็นการพยายามจัดการปัญหาความขัดแย้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะไม่แก้ปัญหาเพื่อนำมาสู่ปัญหาเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

ตนพูดเสมอว่า ตอนนี้ ต้องแก้ปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจ และสังคมก็ต้องทำ เราขัดแย้งมาตลอด ก็รู้อยู่แล้วว่าทำอะไร แล้วจะเกิดความขัดแย้ง ทำอะไรจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไป แต่แน่นอนการตัดสินใจหลายอย่าง ไม่สามารถทำได้ตามความพึงพอใจในทันที แต่ถ้าทุกคนเห็นพ้องต้องกัน การตัดสินใจทำอะไรไปก็จะเกิดความสงบสุข

เมื่อถามว่า อะไรคือตัวชี้วัดที่ทำให้สังคมเห็นพ้องต้องกัน จะต้องทำประชามติหรือไม่ นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ไม่ต้องไปติดกับรูปแบบ การรับฟัง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้คนเห็นพ้องได้ อย่างผลโพล ที่หลายสำนักสำรวจออกมา ก็ยังมีความต่างกัน ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องฟังทุกส่วนแล้วชั่งใจ และใช้ดุลพินิจพิจารณาทุกเรื่องและตัดสินใจในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด เพราะรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ ในสิ่งที่ตัวเองคิดและทำ

ขณะที่ นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวที่อาคารรัฐสภา วันนี้ (30 ม.ค.) ถึง การเตรียมเลื่อนญัตติของ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ว่าไม่ได้เป็นการถ่วงเวลา แต่เป็นการเดินหน้า และเชื่อว่า การพูดคุยกันในห้องเล็กจะดีกว่า เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีความละเอียดอ่อน การพูดคุยกันในห้องใหญ่ เชื่อว่าสุดท้ายก็จบลงกันที่การประชุมลับ เพราะมีเรื่องของมาตรา 112 เข้ามาเกี่ยวข้อง

พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลก็มีความเห็นตรงกัน ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อศึกษาการเสนอกฎหมายดังกล่าว ส่วนร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกล ที่มีการยื่นให้ประธานรัฐสภาแล้ว แต่ก็ไม่ทราบว่า จะได้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระเมื่อใด จึงเชื่อว่าการพูดคุยในห้องเล็กอาจมีความเห็นตรงกันในหลายเรื่อง

นายสรวงศ์ กล่าวต่อ ทุกพรรคการเมืองและทุกภาคส่วน ทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมืองต้องมาพูดคุยกัน ทั้งนี้พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ยินดีที่จะแสดงความจริงใจในการผลักดันเรื่องดังกล่าว ถึงแม้จะเคยมีการศึกษามาแล้ว แต่เวลาเปลี่ยนจุดยืนของคนก็เปลี่ยน บางคนเคยเป็นเหลืองกลายมาเป็นแดง หรือตอนนี้ไม่มีสีแล้ว ดังนั้นควรหาจุดร่วมเพื่อทำกฎหมายบรรเทาทุกข์ประชาชน รวมถึงเยาวชนที่อาจจะผิดพลาดไป การมาคุยในห้องเล็กดีที่สุด

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ยังไม่มีการยกร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่เป็นฉบับของพรรค แต่ได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อที่พรรคร่วมรัฐบาลจะได้ผนึกกำลังเสนอร่าง พ.ร.บ.เป็นร่างฉบับเดียวกัน เพราะในเนื้อหาเราเห็นตรงกันเกือบทุกเรื่อง ติดอยู่เพียงเรื่องละเอียดอ่อนมากเพียงเรื่องเดียว เช่น มาตรา  112 ที่หากเข้าห้องประชุมใหญ่แล้วต้องประชุมลับอย่างแน่นอน 

พร้อมยืนยันว่า จะเร่งดำเนินการให้กฎหมายออกมาเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เป็นประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน เพราะคณะกรรมาธิการวิสามัญ จะใช้กรอบเวลาไม่เกิน 60 วัน รวมถึงจะนำร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมประชาชนมาร่วมพิจารณาด้วย

ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึง กรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคการเมืองที่จะเลือกใช้วิธีการแตกต่างกันออกไป ส่วนของพรรคก้าวไกล ได้เสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่สภาฯและบรรจุในระเบียบวาระเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหากมีคณะกรรมาธิการวิสามัญ จะนำร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกลเข้าพูดคุยในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ด้วย ซึ่งจะใช้พื้นที่นี้ เสนอแนวคิดอย่างเต็มที่

ยอมรับว่า เสียงของพรรคก้าวไกลไม่เพียงพอที่จะผลักดันร่างกฎหมาย จึงต้องมีการพูดคุยกับสส.ซีกรัฐบาลให้เห็นด้วย และยืนยันว่า แนวทางการนิรโทษกรรมของร่างกฎหมายฉบับพรรคก้าวไกล มีเนื้อหายึดมูลเหตุจูงใจ จากการแสดงออกทางการเมือง โดยจะพิจารณาเป็นรายกรณี ด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ร่วมกันพิจารณากรณีที่เข้าข่ายมีเหตุจูงใจทางการเมือง

ทั้งนี้ ทราบว่ายังมีพรรคการเมืองที่เสนอร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมด้วยเช่น พรรครวมไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆ ที่ยังไม่มีร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ก็จะมีการพูดคุยในกรรมาธิการชุดนี้ด้วยเช่นกัน

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึง การนัดฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กรณีมาตรา 112 จะมีผลกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคด้วยหรือไม่ว่า กฎหมายโทษอาญายอมรับว่า ต้องมีการปรับปรุง ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลที่จะออกมา จะเป็นส่วนหนึ่งที่นำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการอย่างไร ให้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ประสบความสำเร็จ

ข่าวล่าสุด