สำหรับจีน เราให้ความสำคัญมากกับการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน เราสนับสนุนไทยตามเส้นทางการพัฒนา ซึ่งตรงกับสถานการณ์ความเป็นจริง และขอชื่นชมทางฝ่ายไทยที่ยึดมั่นกับหลักการประเทศจีนเดียว และสนับสนุนตามข้อริเริ่มทั่วโลก โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คือ TDI TFI และ GCI
และเมื่อสักครู่นี้ ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ลงนามความตกลงยกเว้นวีซ่า ซึ่งเชื่อมั่นได้ว่า จะเป็นกระแสหลักใหม่ของการแลกเปลี่ยนของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาถึงเมืองไทยก็จะเพิ่มมากขึ้น และทางจีนก็ยินดีต้อนรับคนไทยมาเที่ยวที่ประเทศจีนด้วย
"มาสัมผัสพลวัตของประเทศจีน มาคุยกันกับประชาชนจีนที่นิสัยดี มาสัมผัสชีวิตประจำวันของประเทศจีน จีน-ไทยไม่ใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน ประชาชนทั้ง 2 ประเทศ มีความผูกพันที่ใกล้เคียงกัน เรามีการเดินทางไปมาหาสู่กันมากขึ้น ชีวิตประจำวันของทั้ง 2 ประเทศก็จะดีมากยิ่งขึ้น"
นายหวัง อี้ กล่าวอีกว่า เราทั้ง 2 ฝ่าย เห็นด้วยว่า ผลประโยชน์ของทั้ง 2 ประเทศมีศักยภาพสูง ทั้ง 2 ฝ่าย มีการพัฒนาแบบทันสมัย จีนเป็นหุ้นส่วนการค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย และเป็นแหล่งทุนต่างชาติรายใหญ่ของไทยด้วย เราทั้ง 2 ฝ่ายจึงต้องมีความร่วมมือในอนาคตที่มากขึ้น และเรายังเห็นพ้องตรงกันที่จะเร่งสร้างรถไฟจีน-ไทย เพื่อเชื่อมโยงกันระหว่าง จีน –ลาว - ไทย
นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่าย กำลังจะเซ็นสัญญาส่งออกสินค้าเนื้อสัตว์ และต้นสนไทยไปยังประเทศจีน ซึ่งจีนมีความยินดีที่จะนำเข้าสินค้าเกษตรของไทยมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนให้บริษัทจีนมาลงทุนในไทย พัฒนาความร่วมมือด้านรถยนต์ไฟฟ้า เศรษฐกิจดิจิทัล และด้านสิ่งแวดล้อมสีเขียว รวมถึงจะมีการพัฒนาความร่วมมือบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง เพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงทางโทรศัพท์ การพนันออนไลน์และยาเสพติด สร้างทรัพยากรที่มีความมั่นคงทั้ง 2 ประเทศ
นายหวัง อี้ กล่าวต่อ เราทั้ง 2 ฝ่ายมีความต้องการที่ จะส่งเสริมความร่วมมือพหุภาคีระหว่างกัน ให้ทันกับสถานการณ์ทั่วโลกที่มีความเปลี่ยนแปลง ยึดมั่นใน 5 หลักการ อยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพื่อรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคนี้ และฝ่ายจีนจะสนับสนุนฝ่ายไทยในการจัดการประชุมระดับผู้นำและรัฐมนตรี เพื่อร่วมมือสร้างประชาคมในอนาคต ตามแนวประเทศล้านช้าง-แม่โขง และจีนยินดีที่จะร่วมมือกับไทยสร้างประชาคมอนาคตจีน-ไทย ให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อสร้างเสถียรภาพและความแน่นอน ซึ่งสถานการณ์โลกกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง
สำหรับพิธีการลงนามในวันนี้(28 ม.ค.) เป็นหนี่งในภารกิจในโอกาสการเยือนไทย อย่างเป็นทางการของนายหวัง อี้ ระหว่าง 26-29 มกราคม 2567 หลังเสร็จสิ้น นายหวัง อี้ มีกำหนดการเดินทางต่อไปยัง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวต่อไป