"แต่เมื่อได้ดำเนินการมาถึงขั้นนี้ ก็อยากให้รักษากระบวนการยุติธรรม ในเมื่อยังไปไม่สุดทาง หากเลิกกลางคันก็จะเป็นที่เคลือบแคลง แต่ถ้าไปถึงที่สุดแล้ว สุดท้ายจะแพ้หรือชนะไม่ใช่เรื่องที่สำคัญ ผมไม่ได้มุ่งหวังว่าจะต้องชนะให้ได้ อีกทั้งกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน ตั้งแต่พนักงานสอบสวนไปจนถึงราชทัณฑ์ บางทีมีอะไรที่ไม่ปกติเกิดขึ้นทุกวัน ก็อยากรักษากระบวนการยุติธรรมให้เป็นที่พึ่งของประชาชน สร้างความเท่าเทียมความเสมอภาคให้เกิดขึ้น ไม่อยากให้เรื่องนี้มาเป็นจุดเล็กๆ ที่ทำให้สำนักงานอัยการต้องมีมลทิน" นายถวิล กล่าว
นอกจากนี้ ยังหวังว่า ถ้าเวลาจะหมด อัยการสูงสุดหรือสำนักงาน ป.ป.ช. ก็น่าจะไปขอขยายระยะเวลา เพื่อให้มีเวลามากขึ้น ในการดำเนินการเรื่องนี้ให้มันไปถึงที่สุดได้
ด้าน "นายสมชาย แสวงการ" สว. มองว่าเรื่องนี้ยังไม่สิ้นสุดเพียงแต่เป็นอำนาจของอัยการ ดังนั้น อัยการสูงสุดมีหน้าที่และอำนาจ การที่ตรวจสอบและเหลือเวลาในการยื่นอุทธรณ์อีกไม่กี่วัน แต่ยังไม่ดำเนินการใดๆ ก็ทำให้เห็นว่าความยุติธรรมล่าช้า คือ ความอยุติธรรม จึงอยากฝากเรื่องนี้ไปยังอัยการสูงสุด อยากเห็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตั้งแต่ศาล อัยการตำรวจ ราชทัณฑ์ ซึ่งตอนนี้กำลังสั่นคลอนมากสำหรับเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่มีความเสื่อมศรัทธา ตนไม่อยากเห็นองค์กรอัยการถูกกล่าวหา ว่าไม่อุทธรณ์คดีเหมือนหลายคดีใหญ่ที่ผ่านมา
"องค์กรอัยการทำหน้าที่เป็นทนายแผ่นดิน เรื่องนี้ยังไม่ยุติและสามารถใช้อำนาจหน้าที่ในกระบวนการอุทธรณ์ได้ จึงเรียกร้องขอให้ช่วยให้ความอนุเคราะห์ทำหน้าที่ให้เต็มกำลังในการยื่นอุทธรณ์ ส่วนศาลจะตัดสินอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่พวกเรารับได้ แต่อย่าตัดต่อกระบวนการยุติธรรมด้วยการไม่ยื่นอุทธรณ์คดี" นายสมชาย กล่าว