"เศรษฐา"เผยเรียกถกด่วนสมช.ที่สภาแต่อุบเคาะชื่อ"บิ๊กรอย"เลยหรือไม่
05 ม.ค. 2567 | chairat_pat

"เศรษฐา" เผยเรียกประชุม สมช. ด่วนที่สภาวันนี้ อุบตอบเคาะชื่อ "บิ๊กรอย" นั่งเลขาฯ สมช.เลยหรือไม่ แย้มเข้า ครม. เร็วสุด 9 ม.ค. หากช้าไม่เกินสัปดาห์ถัดไป
การเมือง
05 ม.ค. 2567 | chairat_pat

"เศรษฐา" เผยเรียกประชุม สมช. ด่วนที่สภาวันนี้ อุบตอบเคาะชื่อ "บิ๊กรอย" นั่งเลขาฯ สมช.เลยหรือไม่ แย้มเข้า ครม. เร็วสุด 9 ม.ค. หากช้าไม่เกินสัปดาห์ถัดไป
5 มกราคม 2567 "นายเศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวยอมรับว่า วันนี้ (5ม.ค.) มีการเรียกสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาคุยที่อาคารรัฐสภา รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ อีกกว่า 10 วง อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุยเรื่องพื้นที่ป่า และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต.
ส่วนการเรียกประชุม สมช. ในวันนี้ จะมีการพิจารณาชื่อ "พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์" รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นเลขาฯ สมช.เลยหรือไม่นั้น เดี๋ยวต้องดูกัน ส่วนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ทันวันที่ 9 ม.ค.นี้เลยหรือไม่นั้น ยังไม่แน่ใจ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด หากไม่ทันครั้งนี้ ก็เป็นครั้งหน้า
สำหรับการเจรจาสันติสุขภาคใต้นั้น "นายฉัตรชัย บางชวด" รองเลขาฯ สมช. เป็นหัวหน้าคณะเจรจาอยู่แล้ว และสามารถทำงานได้ดี ส่วนจะคุยกับกลุ่ม BRN เมื่อไหร่นั้น ตนยังไม่แน่ใจ แต่จะมีการพูดคุยในการประชุม สมช.วันนี้ หากมีรายละเอียดก็จะแถลงให้ทราบต่อไป
นายกฯหวังยกระดับทักษะแรงงานไทยสู่สากล
อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเศรษฐา ได้เป็นประธานการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะเดินมาเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยระหว่างเดินเข้าประชุม นายกฯได้ยิ้มทักทายสื่อมวลชน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในที่ประชุมว่า วันนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ และยกระดับการศึกษา ซึ่งเป็นพื้นฐานหลักในการเสริมสร้างแรงงานที่มีมีทักษะสูง สามารถสนองตอบแทนตลาดแรงงานในปัจจุบันได้ ยกระดับรายได้ให้สูงขึ้น สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศได้สูงขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถให้ประเทศต่อไป
รัฐมีบาลมีแนวทางขับเคลื่อน ดังนี้
ด้านอุดมศึกษา หลังจากได้ไปต่างประเทศพบปะนักลงทุนนานาประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ ซาอุดีอาระเบีย เป็นต้น พบว่าปัจจัยหลักในการลงทุน คือ ทักษะของแรงงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องการแรงงานที่มีทักษะสูง ซึ่งจะเป็นคำถามแรกๆ แต่ขณะที่แรงงานไทยมีปัญหาในช่องว่างของทักษะ หรือแรงงานที่ไม่สามารถทำงานได้ตามความคาดหวังของนายจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ , วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์
กระตุ้นมหาลัยปรับตัวรับโลกยุคใหม่สร้างนศ.สู่ Start UP
ขณะที่ การจัดอันดับมหาวิทยาลัย 2022-2023 ผลปรากฏว่า มหาวิทยาลัยประเทศไทย ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอาเซียนหลายๆ ประเทศ ซึ่งตนค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องนี้อย่างมาก และหวังที่จะเห็นมหาวิทยาลัยไทย ให้ความร่วมมือในการพัฒนาด้านต่างๆ เช่น หลักสูตรการเรียนการสอน ควรปรับปรุงให้ทันสมัย และมีมาตรฐาน และตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชน และมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศ เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยไทยให้ทัดเทียมกับระดับนานาชาติ
ส่วนคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ก็จำเป็นที่จะจะต้องเพิ่มพูนองค์ความรู้ในการสอนเช่นเดียวกัน โดยผู้สอนต้องให้ความสำคัญกับนิสิต นักศึกษาเป็นหลัก เพื่อให้สามารถถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์อย่างเต็มที่ อีกทั้ง ทราบมาว่าอาจารย์บางคน อาจจะไม่ถนัดการสอน แต่ถนัดงานด้านวิจัยที่มีความสามารถ จึงอยากให้จัดสายงานอาชีพให้มีความเหมาะสมกับคนเก่งเหล่านี้
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยควรปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทันสมัย เพื่อให้นิสิตนักศึกษาได้ใช้ รวมถึงการบ่มเพาะให้นักศึกษาเกิดความคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี และโปรแกรมขั้นสูงต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงาน เพราะโลกปัจจุบัน หนึ่งในธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ คือ กลุ่ม Start Up ซึ่งต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ และองค์ความรู้ เชิงลึก หากมหาวิทยาลัยสามารถบ่มเพาะให้กับนักศึกษาได้ เชื่อว่าในอนาคตจะก่อให้เกิดผู้ประกอบการ Start Up ที่มีศักยภาพสูงของประเทศไทยอีกมาก และเชื่อว่าประเทศไทยจะมียูนิคอร์น ที่โตระดับโลกได้
"โดยยูนิคอร์นเหล่านั้น กำลังรอคอยที่จะถูกค้นพบในมหาวิทยาลัย ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนในการนำนักลงทุน มาเจอกับว่าที่ยูนิคอร์นเหล่านี้ โดยใช้กลไกที่แถลงไว้ และขอเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก ในเรื่องของประเด็นการศึกษา ฝากให้มหาวิทยาลัย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานเรื่องดังกล่าว ปรับตัวพัฒนาตนเอง ให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ" นายเศรษฐา ระบุ
ส่วนเรื่องของวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะเห็นผลงานวิจัย ที่ตรงกับ เป้าหมายของรัฐบาล เช่นเรื่องของรถยนต์ EV อยู่แม้กระทั่งเรื่องของไนโตรเจน ที่กำลังอยู่ในการพัฒนา, พลังงานสะอาด, พลังงานหมุนเวียน, เศรษฐกิจสีเขียว, เทคโนโลยี Ai, เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี หรือการเป็นศูนย์กลางทางด้านอาหารในอนาคต อีกหลายๆ อย่าง