เพราะภัย ๆ หนึ่ง จะต้องอาศัยความร่วมมือ มีความยืดหยุ่น ทำได้ทั้งในภาวะปกติ และไม่ปกติ โดยมีสายบังคับบัญชาสั้นและกระชับ ไม่เน้นระบบราชการปกติ และภัยรูปแบบใหม่จะต้องอาศัยความร่วมมือ และการบูรณาการครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อตอบสนองภัยได้อย่างรวดเร็ว และต้องอาศัยภาคประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความมั่นคง ฉะนั้น หากคิดจะยุบ กอ.รมน. หรือจะไปตั้งหน่วยงานใหม่ ต้องหาคำตอบว่าจะมีหน่วยงานใดที่ประสานความร่วมมือในการภัยรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในการปฏิบัติ สมช.เป็นหน่วยงานขนาดเล็ก และมีช่องว่างขาดการอำนวยการ ดังนั้น กอ.รมน.จึงถือเป็นข้อต่อโซ่ เชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานในการกำหนดนโยบาย และหน่วยงานเพื่อนำไปปฏิบัติได้เป็นรูปธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายในงานเสวนา ยังมีการย้ำด้วยว่าทั่วโลกมีการใช้ทหารสนับสนุนความมั่นคง ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล อาทิ การจัดระเบียบสาธารณะ, การต่อต้านการก่อการร้าย, การควบคุมชายแดน, การปราบปรามยาเสพติด, การป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมถึงการรวบรวมข่าวสาร การบรรเทาสาธารณะภัย เป็นต้น
พร้อมยังตอบโต้เรื่องงบราชการลับของ กอ.รมน.ที่มีการกล่าวหา นำเงินไปใช้สร้างความร่ำรวยให้กับนายทหารชั้นสูง โดยยืนยันว่า งบประมาณ 100,000 ล้านบาท เป็นเพียงการรวมงบประมาณในแต่ละปีที่สะสมมา โดยไม่สามารถสรุปได้ว่า ไปสร้างประโยชน์ให้กับบุคคลใด เพราะงบประมาณในแต่ละปี เป็นการเสนอตามขั้นตอน และระบบการใช้จ่ายงบประมาณของทางราชการที่สามารถกลั่นกรอง และตรวจสอบได้ด้วยระบบของราชการ เพราะหากมีการรวมงบประมาณของหน่วยราชการอื่น แบบสะสมในแต่ละปี ทุกหน่วยราชการก็มีงบประมาณสูงเช่นเดียวกัน