เนชั่นทีวี

การเมือง

"กอ.รมน." เปิดเวทีรอบ 2 ดึง "สมช." ช่วยแจงเหตุจำเป็นคงอยู่องค์กร

08 พ.ย. 2566 | sirisak_rue

"กอ.รมน." เปิดเวทีรอบ 2 ดึง "สมช." ช่วยแจงเหตุจำเป็นคงอยู่องค์กร

"กอ.รมน." เปิดเวทีรอบ 2 ดึง "สมช." ช่วยแจงเหตุจำเป็นคงอยู่องค์กร ชี้ "กอ.รมน." เป็นเสมือนโซ่ข้อกลางประสานบูรณาการทำงานระหว่าง "หน่วยนโยบาย-หน่วยปฏิบัติ" ย้ำความจำเป็นใช้เครือข่าย กอ.รมน.ตอบสนองภัยความมั่นคง

8 พฤศจิกายน 2566 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. เปิดเวทีเสวนาทางวิชาการ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจที่มีต่อ กอ.รมน. โดยมีพล.อ.นพนันต์ ชั้นประดับ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก, พล.อ.ดนัยวัฒนา รุ่งอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก และน.ส.ชลธนสรณ์ พิสิฐศาสน์ ผู้อำนวยกองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.

พล.อ.นพนันต์ ชี้แจงถึงการเสนอยกเลิกพระราชบัญญัติ กอ.รมน. เพื่อยุบ กอ.รมน.ตามที่พรรคก้าวไกลเสนอนั้น ยังไม่มีความชัดเจนว่า ต้องการยุบด้วยสาเหตุใด ทั้งที่ กอ.รมน. มีบทบาทหน้าที่ชัดเจนตามกฎหมาย ไม่ได้ซ้ำซ้อน ส่วนการจัดอัตรากำลังพลเป็นโครงสร้างผสมระหว่างทหาร และพลเรือน มีการแบ่งอัตรากำลังอย่างชัดเจน

ดังนั้น การเสนอร่าง ยุบ กอ.รมน.จึงผิดหลักการ และข้ามขั้นตอนการปรับปรุงหน้าที่ภารกิจของส่วนราชการ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย และหลักการจัดองค์การสากลไม่มีมีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่จะชี้ให้เห็นว่า อำนาจทหารเหนือกว่าพลเรือนที่จะนำไปสู่การยุบ กอ.รมน. และที่สำคัญหากจะมองว่า การจัด กำลัง กอ.รมน.มีความซับซ้อน และซ้ำซ้อนนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องยกเลิก พ.ร.บ.แต่สามารถแก้ระเบียบในฝ่ายบริหารได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี

ขณะที่ พล.ท.ดนัยวัฒนา ย้ำว่า ในการทำงานแก้ปัญหาภัยความมั่นคงนั้น ไม่สามารถทำงานเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ จึงเกิดกองอำนวยการร่วม เพื่อการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้พร้อมต่อการรับมือปัญหาความมั่นคงใหม่ ๆ ผ่านการคาดการณ์ล่วงหน้า เพราะไม่เช่นนั้นประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน และจะต้องไม่ทำงานไล่ตามปัญหาเหมือนในอดีตไม่สามารถทำงานเพียงหน่วยงานเดียวได้ 

น.ส.ชลธนสรณ์ พิสิฐศาสน์ ผู้อำนวยกองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เห็นว่า การจะยุบ กอ.รมน. หรือยกเลิกพระราชบัญญัติ กอ.รมน.ควรจะต้องมาพิจารณาก่อนว่า ปัญหาอยู่ที่ตัวกฎหมาย หรือสาระของกฎหมาย ซึ่งหากมีปัญหาที่กลไกใด ก็สามารถแก้ไขรายมาตราได้ หรือหากปัญหาอยู่ที่การปฏิบัติ ก็ต้องกลับมาพิจารณาปัญหาในปัญหาที่ถูกต้อง

โดยความสำคัญของ กอ.รมน.ที่มีหน้าที่ในการระงับยับยั้งภัยความมั่นคงของประเทศ ซึ่งภัยปัจจุบันมีพัฒนาการขึ้นมาต่างจากอดีต เช่นภัยคอมมิวนิสต์ ภัยสงคราม ภัยการก่อการร้าย ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนเป็นภัยเศรษฐกิจ ภัยทางสังคม ที่มีพลวัตรสูงมาก และมีความรุนแรงสูงมาก ซึ่งปัญหาความมั่นคงเหล่านี้ จึงเป็นโจทย์ท้าทวยว่า ควรจะออกแบบหน่วยงานความมั่นคง เพื่อสกัดกั้นภัยต่าง ๆ ได้ เพื่อไม่ให้สงผลกระทบต่อประเทศ และสังคม หรือชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างไร

เพราะภัย ๆ หนึ่ง จะต้องอาศัยความร่วมมือ มีความยืดหยุ่น ทำได้ทั้งในภาวะปกติ และไม่ปกติ โดยมีสายบังคับบัญชาสั้นและกระชับ ไม่เน้นระบบราชการปกติ และภัยรูปแบบใหม่จะต้องอาศัยความร่วมมือ และการบูรณาการครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อตอบสนองภัยได้อย่างรวดเร็ว และต้องอาศัยภาคประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความมั่นคง ฉะนั้น หากคิดจะยุบ กอ.รมน. หรือจะไปตั้งหน่วยงานใหม่ ต้องหาคำตอบว่าจะมีหน่วยงานใดที่ประสานความร่วมมือในการภัยรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในการปฏิบัติ สมช.เป็นหน่วยงานขนาดเล็ก และมีช่องว่างขาดการอำนวยการ ดังนั้น กอ.รมน.จึงถือเป็นข้อต่อโซ่ เชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานในการกำหนดนโยบาย และหน่วยงานเพื่อนำไปปฏิบัติได้เป็นรูปธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายในงานเสวนา ยังมีการย้ำด้วยว่าทั่วโลกมีการใช้ทหารสนับสนุนความมั่นคง ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล อาทิ การจัดระเบียบสาธารณะ, การต่อต้านการก่อการร้าย, การควบคุมชายแดน, การปราบปรามยาเสพติด, การป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมถึงการรวบรวมข่าวสาร การบรรเทาสาธารณะภัย เป็นต้น

พร้อมยังตอบโต้เรื่องงบราชการลับของ กอ.รมน.ที่มีการกล่าวหา นำเงินไปใช้สร้างความร่ำรวยให้กับนายทหารชั้นสูง โดยยืนยันว่า งบประมาณ 100,000 ล้านบาท เป็นเพียงการรวมงบประมาณในแต่ละปีที่สะสมมา โดยไม่สามารถสรุปได้ว่า ไปสร้างประโยชน์ให้กับบุคคลใด เพราะงบประมาณในแต่ละปี เป็นการเสนอตามขั้นตอน และระบบการใช้จ่ายงบประมาณของทางราชการที่สามารถกลั่นกรอง และตรวจสอบได้ด้วยระบบของราชการ เพราะหากมีการรวมงบประมาณของหน่วยราชการอื่น แบบสะสมในแต่ละปี ทุกหน่วยราชการก็มีงบประมาณสูงเช่นเดียวกัน

ข่าวล่าสุด