ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 66 ดังนี้
1. นายภูมิธรรม เวชยชัย
1.1 มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- กระทรวงพาณิชย์
- กระทรวงสาธารณสุข
1.2 มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
- สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
- สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
1.3 มอบหมายให้กำกับดูแลองคืการมหาชนและหน่วยงานของรัฐ ดังนี้
- สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)
- สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
- สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
- สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
2. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
2.1 มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
- กระทรวงคมนาคม
- กระทรวงยุติธรรม ยกเว้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ
- กรมประชาสัมพันธ์
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
- สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
- สำนักงานราชบัณฑิตยสภา รวมทั้งราชการของราชบัณฑิตสภา
2.2 มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
- สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
- สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง
- สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
- ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
2.3 การดำเนินคดีปกครอง รวมทั้งลงนามมอบอำนาจให้พนักงานอัยการดำเนินคดีปกครองกรณีที่มีการฟ้องนายกรัฐมนตรี
3. นายปานปรีย์ พหิทธานุกร
3.1 มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
- กระทรวงการต่างประเทศ
- กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- ระทรวงวัฒนธรรม
3.2 มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
- สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
- สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- สำนักงานคณะกรรมารพัฒนาระบบราชการ
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
4. นายอนุทิน ชาญวีรกูล
4.1 มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- กระทรวงมหาดไทย
- กระทรวงแรงงาน
- กระทรวงศึกษาธิการ
4.2 มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
- สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)
5. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
5.1 มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
6. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
6.1 มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
- กระทรวงพลังงาน
- กระทรวงอุตสาหกรรม
7. นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด
7.1 มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
- กรมประชาสัมพพันธ์
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
- สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
- สำนักงานราชบัณฑิตสภา รวมทั้งราชการของราชบัณฑิตสภา
7.2 มอบหมายให้กำกับรัฐวิสาหกิจ ดังนี้
- บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
7.3 มอบหมายให้กำกับดูแลองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐ ดังนี้
- สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)
- สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
- สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
ขณะที่ นายสมศักดิ์ กล่าวภายหลังมีคำสั่งนายกฯ ที่มอบให้ไปกำกับดูแลงานกระทรวงสาธารณสุข แทนกระทรวงยุติธรรมว่า ไม่จำเป็นต้องให้เหตุผล เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด และส่วนตัวไม่อยากถาม เพราะเป็นนักการเมือง ต้องพร้อมที่จะทำงาน และกระทรวงสาธารณะสุข ตนเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยมาก่อน ซึ่งมีงานมากกว่าทางของกระทรวงยุติธรรมหลายเท่า หากเข้าไปสอบถามอาจจะถูกมองว่าอยากทำงานเบา จึงไม่ถามดีกว่า
ส่วนที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นเพราะตนออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับคดี "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ จนสังคมจับจ้องรัฐบาลนั้น ซึ่งขอย้ำคำเดิมว่า ไม่ได้สงสัยอะไร ว่ากันไปตามระเบียบกฏเกณฑ์ ซึ่งมีแต่คนบอกว่าดีแล้วเพราะทำให้สังคมเข้าใจ
"ผมยืนยันคำเดิมว่า ไม่ถาม และยืนยันไม่ได้น้อยใจ ส่วนงานกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้เบา มีปริมาณงานมากกว่า และมีความรับผิดชอบมากกว่า แต่การเปลี่ยนให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน มาดูแลแทน อาจจะเหมาะสมมากกว่า หรืออาจจะไม่ใช่ หรือการเปลี่ยนงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ เป็นเรื่องปกติ" นายสมศักดิ์ ระบุ
ส่วนที่ให้นายพีระพันธุ์ไปดูแลงานกระทรวงยุติธรรมแทนเพราะในอนาคตจะมีงานสำคัญหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ และไม่น่าจะมี อาจจะเป็นเรื่องของความเหมาะสม
เมื่อถามว่า ในอนาคตอาจจะมีเรื่องที่ไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อย่าคิดมากเลย การปรับงานใหม่ ตนดีใจ และที่ผ่านมา ตนใช้บริการงานด้านสาธารณสุขมาโดยตลอด จึงอาจจะเหมาะสมมากกว่า
"ไม่ใช่ว่าอยากดูงานกระทรวงสาธารณสุขมากกว่ากระทรวงยุติธรรม แต่การเป็นนักการเมืองต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ได้ตลอด" รองนายกฯ ระบุ
ส่วนรู้สึกโล่งใจหรือไม่ที่ไม่ต้องรับผิดชอบงานที่รับเผือกร้อน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เห็นจะเป็นเผือกร้อนอะไรเลย ทำงานมาหลายสมัย งานทุกอย่างมีทางออก เพราะมีคำตอบอยู่แล้ว ขออย่าไปซีเรียสแทนตน ทุกอย่างสบายสบาย ส่วนที่ไม่กังวลเพราะไม่ได้ถูกมองเป็นเป้าใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวติดตลกว่า เป็นเป้าก็ดีจะได้ออกทีวีทุกวัน