เนชั่นทีวี

การเมือง

รวมมติครม. 26 ธ.ค. พร้อมรายละเอียด - แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ

26 ธ.ค. 2566 | tinakit_rat

รวมมติครม. 26 ธ.ค. พร้อมรายละเอียด - แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ

รวมมติครม. 26 ธ.ค. พร้อมรายละเอียด รวมทั้งการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ขยายระยะเวลาการลดอัตราอากรหรือยกเว้น สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูป ฯ พร้อมเห็นชอบ การกำหนดนโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ 

26 ธันวาคม 2566 สรุปมติการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้ (26 ธ.ค.) โดย นางรัดเกล้า อินทุวงศ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน ได้มีการประสานงานกับรัฐวิสาหกิจ 2 แห่งในสังกัด มอบของขวัญปีใหม่เพิ่มเติมให้ประชาชน โดย ปตท. จะไม่ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดตลอด 10 วัน ในช่วง 24 ธันวาคม 2566 ถึง 3 มกราคม 2567 แต่หากราคาตลาดโลกลดลงก็สามารถปรับลงได้อีก นอกจากนี้ ปตท. จัดให้มีการตรวจสภาพรถโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ก่อนเดินทางในช่วงปีใหม่ ประชาชนสามารถนำรถไปตรวจที่ฟิตออโต้ 35 รายการ เติมลมยางไนโตรเจน และปะยางฟรี เพื่อให้การเดินทางมีความปลอดภัย

ในขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. มีแคมเปญฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่ลุ้นโชคใหญ่ มีส่วนลดในการซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดฉลากเบอร์ 5 ใหม่ จำนวน 200-1000 บาท ขึ้นอยู่กับราคาสินค้า แต่มีทั้งหมด 1,500 สิทธิ์ ในช่วง 1-31 มกราคม 2567 

ขณะเดียวกัน กรมธุรกิจพลังงาน จะมีการปรับคุณภาพน้ำมันให้เป็นยูโร 5 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้คุณภาพของอากาศดีขึ้น

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ จำนวน 2 ร่าง ดังนี้ 

     1.เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า แบบแบตเตอรี่สำเร็จรูปที่นำเข้ามาทั้งคัน (ฉบับที่ ..)  โดยขยายระยะเวลาการลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูป เฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จ ที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท ที่นำเข้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ลงไม่เกินร้อยละ 40

ทั้งนี้ ผู้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าว ต้องแสดงหนังสือรับรองการแสดงการได้รับสิทธิ จากกรมสรรพสามิต กรณีที่ผู้นำเข้าไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไข ที่กรมสรรพสามิตกำหนด และกรมสรรพสามิตได้แจ้งยกเลิกหรือเพิกถอน การได้รับสิทธิสำหรับของนั้นกับกรมศุลกากรแล้ว ให้ถือว่าของนั้นไม่ได้รับสิทธิลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรตามประกาศฉบับนี้ตั้งแต่วันนำของเข้า โดยผู้นำของเข้ามีหน้าที่ต้องแจ้งขอชำระและต้องชำระค่าภาษีอากรตามกฎหมาย ว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ถูกเพิกถอนสิทธิ แต่ไม่ถูกตัดสิทธิพิเศษทางอากรศุลกากร ในการลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรตามความตกลงการค้าเสรีในขณะนำของเข้า

     2.เห็นชอบร่างกฎกระทรวง กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (สินค้ารถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่นที่ 1) โดยขยายระยะเวลาการใช้บังคับอัตราภาษีสรรพสามิต สำหรับสินค้ารถยนต์หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน (ประเภทที่ 06.01 และ 06.02 แบบประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่นที่ 1 (ECO Car phase 1) ในอัตราร้อยละ 14 ออกไปอีก 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

"ทั้ง​ 2 วาระที่​ ก.การคลังนำเสนอในวันนี้​ สืบเนื่องมาจาก​ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 ในช่วงเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2567 – 2570) ในการประชุมครั้งก่อนหน้า​ (19​ ธันวาคม​ 2566) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคืบหน้าของการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และผลักดันไทยก้าวสู่การเป็นฐานผลิตชั้นนำของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค" รองรัดเกล้าฯ​ กล่าว

กำหนดนโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์

ด้าน นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อ ครม.มีมติเห็นชอบการกำหนดนโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และปลาป่น) ระยะเวลา 1 ปี โดยกำหนดนโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และปลาป่น) ปี 2567 ทุกกรอบการค้าและจากประเทศนอกความตกลง ตามมติคณะกรรมการนโยบายอาหาร

ที่พิจารณากำหนดนโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และปลาป่น) ระยะเวลา 1 ปี เพื่อบริหารวัตถุดิบให้มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ พร้อมกำหนดมาตรการดูแลคุ้มครองเกษตรกร และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในระบบอุตสาหกรรม ให้ได้รับความเป็นธรรม โดยให้คงนโยบายและมาตรการนำเข้าเช่นเดียวกับปี 2564-2566 ทุกกรอบการค้าและจากประเทศนอกความตกลง 

ทั้งนี้ นโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และปลาป่น) ปี 2567 มีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้

1.ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พิกัดอัตราศุลกากร 1005.90.99 รหัสสถิติ 001 ดังนี้

     1.1.การนำเข้าภายใต้ WTO

  • ในโควตา อัตราภาษีร้อยละ 20 ปริมาณ 54,700 ตัน โดยให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นผู้นำเข้า ไม่จำกัดช่วงเวลานำเข้า
  • นอกโควตา อัตราภาษีร้อยละ 73 และค่าธรรมเนียมพิเศษตันละ 180 บาท ไม่จำกัดปริมาณ

     1.2.การนำเข้าภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) อัตราภาษีร้อยละ 0 (ไม่จำกัดปริมาณ)

  • ให้ อคส. เป็นผู้นำเข้า ไม่จำกัดช่วงเวลานำเข้า
  • ผู้นำเข้าทั่วไป กำหนดช่วงเวลานำเข้าระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 สิงหาคม ของแต่ละปี และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานควบคุมการนำเข้า ตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558

     1.3.การนำเข้าภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA)

  • ในโควตา ภาษีร้อยละ 0 ไม่จำกัดปริมาณ โดยต้องมีหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีทั้งหมด หรือบางส่วนตามความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย เพื่อประกอบการนำเข้า
  • นอกโควตา ภาษีร้อยละ 65.70 ไม่จำกัดปริมาณ

     1.4.การนำเข้าภายใต้กรอบการค้าอื่นๆ เป็นไปตามข้อผูกพัน (เช่น ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) อัตราภาษีร้อยละ 0 ไม่จำกัดปริมาณ)
     1.5.การนำเข้าจากประเทศนอกความตกลง อัตราภาษีกิโลกรัมละ 2.75 บาท และค่าธรรมเนียมพิเศษ ตันละ 1,000 บาท (ไม่จำกัดปริมาณ)

     2.กากถั่วเหลือง พิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 2304.00.29 รหัสสถิติ 001 เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ไม่จำกัดปริมาณและช่วงเวลานำเข้า ดังนี้

     2.1.การนำเข้าภายใต้ WTO

  • ในโควตา อัตราภาษีร้อยละ 2 ผู้มีสิทธินำเข้าทั้งสิ้น 11 ราย หากมีผู้ยื่นขอมีสิทธินำเข้ารายใหม่ให้อยู่ในดุลยพินิจของประธานกรรมการนโยบายอาหารพิจารณาตามความจำเป็นและความเหมาะสม 
  • นอกโควตา อัตราภาษีร้อยละ 119

     2.2.การนำเข้าภายใต้กรอบการค้าอื่นๆ เป็นไปตามข้อผูกพัน [เช่น ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ภาษีร้อยละ 0 ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ภาษีร้อยละ 0]
2.3การนำเข้าจากประเทศนอกความตกลง อัตราภาษีร้อยละ 6 และค่าธรรมเนียมพิศษ ตันละ 2,519 บาท

     3.ปลาป่น โปรตีนต่ำกว่าร้อยละ 60 พิกัดอัตราศุลกากร 2301.20.10 ต้องขออนุญาตนำเข้า และปลาป่นโปรตีนร้อยละ 60 ขึ้นไป พิกัดอัตราศุลกากร 2301.20.20 ไม่จำกัดปริมาณและช่วงเวลานำเข้า ดังนี้

     3.1 การนำเข้าภายใต้ทุกกรอบการค้า เป็นไปตามข้อผูกพัน (เช่น ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ภาษีร้อยละ 0 ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ภาษีร้อยละ 0)
     3.2 การนำเข้าจากประเทศนอกความตกลง ปลาป่น โปรตีนต่ำกว่าร้อยละ 60 อัตราภาษีร้อยละ 6 ปลาป่นโปรตีนร้อยละ 60 ขึ้นไป อัตราภาษีร้อยละ 15

ทั้งนี้ มอบกระทรวงการคลัง โดยกรมศุลกากร นำประกาศกระทรวงการคลัง ที่เกี่ยวข้องกับอัตราภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืง พิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 2304.00.29 รหัส 001 เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปี 2567 และ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ นำประกาศกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องตามมติคณะกรรมการฯ เสนอต่อ ครม. ในคราวเดียวกัน (ขณะนี้ กค. และ พณ. อยู่ระหว่างการร่างประกาศดังกล่าวจึงยังไม่ได้นำเสนอประกาศที่เกี่ยวข้องมาในคราวนี้)

แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ครม. มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 4 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ ดังนี้

     1.นางสุดฤทัย เลิศเกษม รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

     2.นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

     3.นางมาลินี ภาวิไล ผู้ช่วยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

     4.นายอุฬาร จิ๋วเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

เปิดตลาดนำเข้านมผงขาดมันเนย นมและครีม ปี 2566

ด้าน นางสาวเกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม. มีมติเห็นชอบการเปิดตลาดนำเข้านมผงขาดมันเนย นมและครีม ปี 2566 เพิ่มเติม ตามที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ดังนี้

     1.เห็นชอบในการอนุมัติเปิดตลาดนำเข้านมผงขาดมันเนย ปี 2566 เพิ่มเติม ปริมาณ 10,031.55 ตัน ในอัตราภาษีร้อยละ 5 ตามมติคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (คณะกรรมการโคนมฯ) ในการประชุมครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 และเนื่องจากการขอโควตานำเข้านมผงขาดมันเนย ปี 2566 เพิ่มเติม เป็นการพิจารณาจัดสรรให้กับผู้ประกอบการตามความจำเป็น และเดือดร้อนจากการขาดแคลนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตจึงให้ยกเว้นการจัดสรรโควตาตามสัดส่วนผู้ประกอบการ ตามมติคคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548

     2.เห็นชอบในการเปิดตลาดนำเข้านมและครีม  ปี 2566 เพิ่มเติม ปริมาณ 700.18 ตัน ในอัตราภาษี ร้อยละ 20 ตามมติคณะกรรมการโคนมฯ ในการประชุม ครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566

     3.มอบหมายให้คณะกรรมการโคนมฯ เป็นผู้บริหารการจัดสรรโควตานำเข้านมผงขาดมันเนย นมและครีม ปี 2566 เพิ่มเติมดังกล่าวให้กับผู้ประกอบการ ตามความจำเป็นและเดือดร้อนจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ที่ใช้ในการผลิต โดยต้องนำเข้าให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 และต้องไม่กระทบต่อมาตรการและปริมาณการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร และเดือดร้อนจากการขาดแคลนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต

ทั้งนี้ การขอเปิดตลาดนำเข้าเพิ่มเติมสำหรับสินค้านมที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอในครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตผลิตภัณฑ์นม เพื่อไม่ให้สินค้าขาดตลาด ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อมาตรการและปริมาณการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรในประเทศ เนื่องจากได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงการซื้อขายน้ำนมดิบระหว่างองค์กรเกษตรกรโคนมและผู้ประกอบการไว้แล้ว

ร่างกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาต ให้มีไว้ในครอบครองยาเสพติดประเภท 2

ด้าน นายคารม พรพลกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาต ให้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ประเภท 3 หรือประเภท 4 พ.ศ. ....ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ

และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของสำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานอัยการสูงสุดไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ และให้กระทรวงสาธารณสุขรับความเห็นของสำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานอัยการสูงสุดไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
  
โดยสาระสำคัญของร่างฯ เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตให้จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 เช่น มอร์ฟีน โคคาอีน ฝิ่นยา และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เช่น คีตามีน (ยาในกลุ่มยาสลบ) ซูโดอีเฟดรีน (ยาในกลุ่มยาแก้คัดจมูก)

ประเภท 3 เช่น อะโมบาร์บิทาล (ยาในกลุ่มยานอนหลับ) เพนตาโซซีน (ยาในกลุ่มยาแก้ปวด)

ประเภท 4 เช่น ไดอะซีแพม (ยาในกลุ่มยานอนหลับ) ลอราซีแพม (ยาในกลุ่มยาช่วยคลายกังวล)

โดยในการขออนุญาตให้มีไว้ในครอบครอง ตามร่างกฎกระทรวง ได้กำหนดวัตถุประสงค์ การดำเนินการเพื่อผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 (มีลักษณะเป็นตำรับยา) เพื่อการบำบัดรักษาหรือป้องกันโรค ให้แก่ผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยในทางการแพทย์ เพื่อการศึกษา วิเคราะห์ หรือวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ เพื่อประโยชน์ทางอุตสาหกรรม

เพื่อใช้ประจำในการปฐมพยาบาลหรือกรณ๊เกิดเหตุฉุกเฉินในเรือหรือเครื่องบินที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศที่จดทะเบียนในราชอาณาจักร และเพื่อการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ดังนั้น ผู้ขออนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ประเภท 3 หรือประเภท 4 จึงมีทั้งหน่วยงานของรัฐ สภากาชาดไทย สถานพยาบาลและภาคเอกชนที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์ มีโครงการศึกษาวิจัย หรือการอุตสาหกรรม 

ร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้ ได้ปรับปรุงเนื้อหาจากกฎหมายปัจจุบัน เช่น กำหนดให้ผู้อนุญาตพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน โดยจะขยายระยะเวลาพิจารณาไม่ได้ (จากเดิมสามารถขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน) กำหนดคุณสมบัติของผู้ขออนุญาต โดยแยกคุณสมบัติออกตามวัตถุประสงค์ของการอนุญาตครอบครอง เพื่อให้เกิดความชัดเจน กำหนดให้ใบอนุญาตมีอายุจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่สองนับจากปีที่ได้รับอนุญาต (จากเดิมกำหนดให้มีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ได้รับอนุญาต) เป็นต้น

เพื่อให้การขออนุญาตและการอนุญาตเกี่ยวกับการมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ประเภท 3 หรือประเภท 4 สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพอันเป็นประโยชน์ในการควบคุมกำกับดูแลและป้องกันการนำยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดได้เห็นชอบด้วยแล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่างกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติดประเภท 2

นอกจากนี้ ครม.มติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของสำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานอัยการสูงสุดไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ และให้กระทรวงสาธารณสุขรับความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

ส่วนสาระสำคัญของร่างฯ เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 เช่น มอร์ฟีน โคคาอีน ฝิ่นยา หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เช่น คีตามีน (ยาในกลุ่มยาสลบ) ซูโดอีเฟดรีน (ยาในกลุ่มยาแก้คัดจมูก) โดยในการขออนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกตามร่างกฎกระทรวง ได้กำหนดวัตถุประสงค์ ในการดำเนินการ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ของประเทศ การศึกษาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ เพื่อการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และเพื่อการผลิตเพื่อส่งออกหรือส่งออก ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศกำหนด

ดังนั้น ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้าหรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จึงมีทั้งหน่วยงานของรัฐ อาทิ องค์การเภสัชกรรม มหาวิทยาลัย และบริษัทยาเอกชน ซึ่งได้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนปัจจุบัน อีกทั้งได้ปรับปรุงเนื้อหาจากกฎหมายปัจจุบัน เช่น ปรับปรุงคุณสมบัติผู้ขอรับอนุญาตโดยแยกตามวัตถุประสงค์ในการขออนุญาต ปรับปรุงการยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก

ปรับปรุงให้ผู้อนุญาตพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน (จากเดิม 45 วัน) กรณีไม่อนุญาตให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 15 วัน (จากเดิม 7 วัน) เพื่อให้การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นประโยชน์ในการควบคุมกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ให้มีคุณภาพ และป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด รวมถึงส่งเสริมการประกอบกิจการของผู้ประกอบการซึ่งคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดเห็นชอบด้วยแล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบในหลักการ

ร่างกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตจำหน่าย ยาเสพติด

ทั้งนี้ ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ 

สาระสำคัญของร่างฯ เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตให้จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 เช่น มอร์ฟีน, โคคาอีน, ฝิ่นยา หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เช่น คีตามีน (ยาในกลุ่มยาสลบ), ซูโดอีเฟดรีน (ยาในกลุ่มยาแก้คัดจมูก), ไนตราซีแพม (ยาในกลุ่มยานอนหลับ) เพื่อควบคุมกำกับยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ซึ่งใช้ในทางการแพทย์และอาจก่อให้เกิดการนำไปใช้หรือมีแนวโน้มในการนำไปใช้ในทางที่ผิดสูง

โดยได้ปรับปรุงจากกฎกระทรวงปัจจุบัน ได้แก่ ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก เพิ่มหน่วยกระจายยาซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ได้รับอนุญาต ใบอนุญาตใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่ 2 นับจากปีที่อนุญาต (เดิมใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่อนุญาต) กำหนดให้การขออนุญาตจำหน่ายเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในกฎกระทรวง อาทิ เพื่อการรักษาหรือป้องกันโรค เพื่อการวิเคราะห์หรือศึกษาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์

ดังนั้น ผู้ขออนุญาตจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ซึ่งมีทั้งหน่วยงานของรัฐ สภากาชาดไทย และภาคเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือให้ตั้งสถานพยาบาลสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ โดยผู้ขออนุญาตจำหน่ายสามารถจำหน่ายให้แก่ผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยที่มารักษากับโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลนั้น ซึ่งคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดเห็นชอบด้วยแล้ว ประกอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบด้วยกับร่างกฎกระทรวงดังกล่าว

ร่างกฎกระทรวง ว่าด้วยการแจ้งข้อหา แก่ผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด

ครม.อนุมัติหลักการ ร่างกฎกระทรวง ว่าด้วยการแจ้งข้อหา แก่ผู้กระทำความผิดฐานสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้

สาระสำคัญของการร่างกฎกระทรวง เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ว่าด้วยการแจ้งข้อหาแก่ผู้กระทำความผิดฐานสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2565 โดยเพิ่มบทบัญญัติ ในกรณีหลังจากศาลออกหมายจับ แก่ผู้กระทำความผิดฐานสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด โดยกำหนดให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ยื่นคำขออนุมัติแจ้งข้อหาแก่ผู้กระทำความผิดดังกล่าวต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. และให้นำไปดำเนินการกับพนักงานสอบสวนต่อไป

เพื่อให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งมีอำนาจจับกุม สอบสวน หรือควบคุมตัวผู้ถูกจับซึ่งได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ดังนี้ จากเดิม การขออนุมัติแจ้งข้อหาในกรณีที่ศาลออกหมายจับแก่ผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฐานสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือสมคบกันกระทำความผิด (มาตรา 125 หรือมาตรา 127 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด) ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ รายงานหัวหน้าพนักงานสอบสวนและให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนยื่นคำขออนุมัติแจ้งข้อหาแก่ผู้กระทำความผิดดังกล่าว ต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ซึ่งเลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายโดยเร็ว

เพิ่มเติมเป็น การขออนุมัติแจ้งข้อหาแก่ผู้กระทำความผิดฐานสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือสมคบกันกระทำความผิด (มาตรา 125 หรือมาตรา 127 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด) หลังจากศาลออกหมายจับแก่ผู้กระทำความผิดดังกล่าวแล้วให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สังกัดสำนักงาน ป.ป.ส. ยื่นคำขออนุมัติแจ้งข้อหาต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. ก่อน และให้นำไปดำเนินการกับพนักงานสอบสวนต่อไป

ขยายกำหนดเวลายื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ

นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติ ห็นชอบร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ขยายกำหนดเวลายื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยขยายกำหนดเวลา กรณีนายจ้างยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 โดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ออกไปอีก 7 วันทำการ นับแต่วันที่พ้นกำหนดวันที่ 15 ของเดือน ถัดจากเดือนที่มีการหักเงินสมทบไว้

สำหรับการยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ และการนำส่งเงินสมทบไว้สำหรับการยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบ สำหรับค่าจ้างตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 ถึงเดือนธันวาคม 2567 เป็นระยะเวลา 12 เดือน โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

ข่าวล่าสุด