สำหรับเนื้อหาในร่างกฎหมายที่สำคัญทั้ง 4 ฉบับ อาทิ การสมรส และการหมั้น จะกระทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้ง 2 ฝ่าย อายุ 17-18 ปีบริบูรณ์แล้ว โดยการสมรสจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ ได้มีการจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแล้ว ซึ่งในการหมั้นแล้ว ฝ่ายใดผิดสัญญา อีกฝ่ายมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้ค่าทดแทน
ส่วนกรณีผู้รับหมั้นผิดสัญญา จะต้องคืนของหมั้นแก่ผู้หมั้นด้วย และคู่หมั้นอีกฝ่าย อาจเรียกค่าเสียหายจากผู้ซึ่งได้ร่วมประเวณีกับคู่หมั้นตนภายหลังการหมั้นได้ และคู่สมรสทุกเพศ ยังมีสิทธิในสินสมรสเหมือนคู่สมรสชายหญิง สิทธิในการฟ้องหย่า การจัดการสินสมรสหลังหย่า สิทธิในมรดก
โดยหลังจากนี้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ เตรียมจะส่งให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาในวาระที่ 2-3 ตามขั้นตอนต่อไป
รายการ "หาเรื่องคุย" ซึ่งดำเนินรายการ โดย "ยอร์ช" ธีร์วัฒน์ ชูรัตน์" ได้เชิญ "อรรณว์ ชุมาพร" หรือ "วาดดาว" นักกิจกรรมเพื่อความหลากหลายทางเพศ พร้อมด้วย "ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์" หรือ "ครูธัญ" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มาร่วมพูดคุยในประเด็น "คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์! คนมีค่าเท่ากัน ความหวัง LGBTQ "ชายรักชาย - หญิงรักหญิง"
ความหวังกับร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมหลังจากนี้?
วาดดาว บอกว่า ถือเป็นชัยชนะของกลุ่มเพศทางเลือกในบ้านเรา และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ และหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่น ๆ ที่ยังไม่เปิดรับเพศทางเลือกได้ตื่นตัวมากขึ้น อย่างน้อยก็ช่วยเรื่องการท่องเที่ยว เพราะกลุ่มเพศทางเลือก จะมั่นใจในความปลอดภัยหากมาเที่ยวที่บ้านเรา
"หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมาเราเห็นทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ต่างช่วงชิงความเป็นผู้นำในการร่างบทกฎหมายให้ก้าวหน้า จนไปสู่ความสำเร็จ ยอมรับดีใจที่เห็นหลายภาคส่วน รวมไปถึงนายกฯ ยอมเร่งเครื่องกับร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม"