ด้าน "ณชเล บุญญาภิสมภาร" หรือ "ฮั้ว" ตัวแทนประชาชนผู้เสนอร่างกฎหมาย ชี้แจงความแตกต่างเนื้อหาร่างกฎหมายที่เสนอโดยประชาชน ว่า เปิดโอกาสให้บุคคล 2 บุคคล สามารถเป็นบุพการีในการรับบุตรบุญธรรมได้ และให้บุคคล 2 บุคคล มีสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ เช่นเดียวกับคู่สมรสชาย-หญิงทุกประการ
ขณะที่ การอภิปรายของ สส.ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้านส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพราะการจำกัดการสมรสเฉพาะชายหญิงปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคม ที่ความรัก ไม่ได้แบ่งเพียงชาย-หญิง แต่ยังมีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งจากบรรทัดฐานของสังคมไทยในอดีต จึงทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม เกิดการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เพราะไม่มีกฎหมายรับรองสิทธิสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน เช่น สิทธิการตัดสินใจรักษาพยาบาล สิทธิมรดก และสิทธิการจัดการทรัพย์สินร่วมกัน เป็นต้น
จึงเชื่อว่า การสมรสเท่าเทียมจะเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมที่จะยอมรับความแตกต่าง ใช้สิทธิทางเพศของตนเองได้อย่างเต็มที่ และเสริมสร้างโอกาส และความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม และในเชิงเศรษฐกิจ จะช่วยสร้างรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQ+ ได้ เพราะที่ผ่านมา ประเทศไทย เป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รายได้จากนักท่องเที่ยวกล่ม LGBTQ+ ในภูมิภาคเอเชียกว่า 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สภาฯผ่านวาระแรก"สมรสเท่าเทียม"
โดยในเวลา 19.05 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมาก 369 : 10 รับหลักการร่างพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ในวาระแรก จำนวน 4 ฉบับ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี, นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายสรรเพชญ์ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และจากภาคประชาชนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายกว่า 10,000 คน
ทั้งนี้ สส.พรรคประชาชาติ รวมไปถึง สส.มุสลิมจากพรรคการเมืองอื่น ๆ ส่วนหนึ่ง ได้ขอใช้สิทธิลงมติไม่รับหลักการ เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าว ยังขัดต่อแนวคิด และความเชื่อของชาวมุสลิมในศาสนาอิสลาม แต่ยืนยันว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ แต่ไม่สบายใจต่อการแก้ไขคู่ชีวิตให้เป็นเพศเดียวกัน เพราะในคัมภีร์อัลกุรอ่าน ระบุคู่สมรส ต้องเป็นเพศชาย และหญิงเท่านั้น จึงทำให้ลงมติไม่รับหลักการ
สำหรับขั้นตอนภายหลังที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติให้ความเห็นชอบรับหลักการร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับแล้ว ที่ประชุมฯ จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นมาชุดหนึ่ง จำนวน 39 คน เพื่อนำเนื้อหาในร่างกฎหมาย ทั้ง 4 ฉบับ ที่มีการเสนอมาปรับแก้ร่วมกัน ก่อนส่งให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาในวาระที่ 2-3 ตามขั้นตอนต่อไป
นายกฯยินดีผ่านวาระแรก "สมรสเท่าเทียม"
ขณะที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า ผมขอแสดงความยินดีกับพี่น้อง LGBTQIA+ ทุกท่านที่ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ได้ผ่านการโหวตวาระที่หนึ่งด้วยคะแนนท่วมท้น วันนี้ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นแล้วครับ