เนชั่นทีวี

การเมือง

"พิธา" ลั่นพร้อมแล้ว แจงศาลรธน. มั่นใจ 100 % ไม่ผิดถือหุ้นไอทีวี

15 ธ.ค. 2566 | tinakit_rat

"พิธา" ลั่นพร้อมแล้ว แจงศาลรธน. มั่นใจ 100 % ไม่ผิดถือหุ้นไอทีวี

"พิธา" พร้อมแล้วแจงศาลรธน. ระบุ มั่นใจ 100 % ไม่ผิดถือครองหุ้นไอทีวี ยันหลักฐานชัด พร้อมไปฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง

15 ธันวาคม 2566 ที่พรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ชี้แจงกรณี ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาคดี ข้อกล่าวหาถือครองหุ้นสื่อไอทีวี ในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ว่า ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยวันนี้จะดูรายละเอียดสุดท้ายในถ้อยแถลงที่เป็นลายลักษณ์อักษรและพร้อมที่จะขึ้นให้การไต่สวนพยานทั้งในเรื่องของหลักฐานที่เป็นหลักฐานส่วนตัว ในส่วนของผู้จัดการมรดกก็ดี และหลักฐานว่าไอทีวีไม่ได้เป็นสื่อต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะมองเรื่องของรายได้ เรื่องของไลน์เส้นที่ต้องขอในการทำสื่อจากกสทช. ซึ่งตรงนี้กสทช.ตอบกลับมาชัดเจนว่าไม่มีไลน์เส้นทำสื่อของ ไอทีวี

ดังนั้นตรงนี้ก็พร้อมที่จะขึ้นบัลลังก์ ในการให้ปากคำในฝั่งของตนและมั่นใจ 100% ว่าจะไม่ผิด ทั้งนี้แนวเรื่องของการเป็นผู้จัดการมรดกมีหลักฐานที่ไม่เคยเปิดที่ไหน ก็จะใช้ส่วนนี้จะอธิบายต่อสาธารณะ

ส่วนคดีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล ที่อาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น นายพิธา กล่าวว่าเอกสารเสร็จเรียบร้อยทั้ง 2 ส่วนแล้ว โดยจะตรวจสอบและยื่นให้ศาลในเร็ววันนี้ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบทั้งวันที่ 20 และ 25 ธ.ค.  และซึ่งตนจะเดินทางไปศาลเพื่อฟังคำวินิจฉัย ด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณาคดี ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6)ประกอบมาตรา 98(3)หรือไม่ จากกรณีเป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัทไอทีวี จำกัด มหาชน ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ อยู่ในวันสมัครรับเลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อ

โดยศาลได้อนุญาตตามที่ นายพิธา ขอขยายระยะเวลาจัดทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง หรือความเห็นล่วงหน้า โดยให้จัดส่งภายในวันที่ 12 ธ.ค.66 เพื่อให้เป็นไปตามพ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 64 วรรค 1 ที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องสำเนาแก่คู่กรณีฝ่ายอื่น เพื่อทราบก่อนวันนัดไต่สวนไม่น้อยกว่า 7 วัน จากนั้นอภิปรายเตรียมการไต่สวนในวันพุธที่ 20 ธ.ค.นี้ เวลา 9:30 น.

ส่วนคดีที่ นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร อดีตทนายความพุทธะอิสระ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าการกระทำของ นายพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกลในขณะนั้น ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 2 ที่เสนอร่างพ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ..เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่

คดีอยู่ในระหว่างศาลรัฐธรรมนูญ ให้พยานบุคคลของผู้ถูกร้องทั้งสอง และพยานผู้เชี่ยวชาญจัดทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็น ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ ซึ่งพยานบุคคลของผู้ถูกร้องทั้งสองยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 4 พ.ค 66 ขอขยายระยะเวลายื่นบันทึกถ้อยคำข้อเท็จจริงหรือความเห็นออกไปอีก 10 วันนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายแล้ว อนุญาตให้ขยายระยะเวลาถึงวันจันทร์ที่ 18 พ.คและกำหนดนัดพิจารณาคดีต่อในวันพุธที่ 20 ธ.ค.เวลา 9.30 น ก่อนที่จะมีการไต่สวนพยานบุคคลในวันจันทร์ที่ 25 ธ.ค.66เวลา 9:30 น.

ข่าวล่าสุด