4 ต.ค. 2566 ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายถูกร้องทั้งสองเพิ่งยื่นคำชี้แจง เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามที่ผู้ถูกร้องทั้งสองขอขยายระยะเวลาเป็นครั้งที่ 2 พิจารณาเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับหนังสือ
18 ต.ค. 2566 ศาลรัฐธรรมนูญรอคำชี้แจงและพยานหลักฐานจากบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใน 15 วัน
ส่วนคดีถัดมาการถือครองหุ้นสื่อไอทีวี ซึ่งเป็นชนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ "พิธา" หยุดปฎิบัติหน้าที่ สส.
10 พ.ค. 2566 "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบพิธา ถือหุ้นบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น
19 พ.ค. 2566 "สนธิญา สวัสดี" อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน และ "นพรุจ วรชิตวุฒิกุล" อดีตแกนนำพิราบขาว 2006 ยื่นเรื่องร้องเรียนกรณีหุ้นไอทีวี ของพิธา เช่นเดียวกัน
29 พ.ค. 2566 กกต.เชิญ 3 ผู้ร้องให้ตรวจสอบกรณีหุ้นไอทีวี มายืนยันคำร้องและให้ถ้อยคำเพิ่มเติม ประกอบด้วย "เรืองไกร - สนธิญา-นพรุจ"
6 มิ.ย. 2566 "พิธา" โอนหุ้นให้ทายาทเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ หลังเชื่อว่ามีขบวนการพยายามจะฟื้นคืนชีพให้ไอทีวี กลับมาเป็นสื่อฯ เพื่อนำมาใช้สกัดคะแนนนิยมก้าวไกลช่วงเลือกตั้ง
9 มิ.ย. 2566 ที่ประชุม กกต. มีมติไม่รับ 3 คำร้องขอให้ตรวจสอบกรณีการถือหุ้นไอทีวีของพิธาไว้พิจารณา เนื่องจากเป็นการยื่นเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่รับเรื่องไว้พิจารณาตาม มาตรา 151 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 เหตุรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครแต่ยังฝ่าฝืน
14 มิ.ย. 2566 ป.ป.ช. ยืนยันพิธา ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเพิ่มเติมเมื่อปี 2562 พร้อมแนบคำสั่งศาลเป็นผู้จัดการมรดกหุ้นไอทีวีจริง พร้อมให้ข้อมูลดังกล่าวแก่ กกต. หาก กกต.มีการร้องขอ
10 ก.ค. 2566 พรรคก้าวไกลส่งหนังสือด่วนถึง กกต. ขอคัดค้าน กกต. ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยกรณีหุ้นไอทีวีของพิธา เนื่องจากผิดขั้นตอนมีความเร่งรัดเกินกว่าเหตุ
12 ก.ค. 2566 ที่ประชุม กกต. เห็นว่าสมาชิกภาพของพิธา มีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) จึงให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย ก่อนที่ศาลรับคำร้อง
19 ก.ค. 2566 ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องดังกล่าวไว้ พร้อมมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
อย่างไรก็ตาม การนัดพิจารณาทั้ง 2 คดี ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ต้องลุ้นว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะนัดวินิจฉัยเมื่อไหร่ แล้วบทสรุปของเรื่องราวจะมีหน้าตาออกมาไปในทิศทางใด เพราะส่งผลทางการเมืองทั้งต่อตัวพิธา และพรรคก้าวไกล