ส่งร่างผู้เสียชีวิตชุดสุดท้ายถึงไทย-กต.ออกแถลงการณ์เรียกร้องหยุดยิง
09 พ.ย. 2566 | thanita_boo

สถานทูตส่งร่างแรงงานชุดสุดท้ายกลับถึงไทยแล้ว ขณะที่ กต.ออกแถลงการณ์กังวลต่อเหตุโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยทางตอนเหนือกาซา เรียกร้องยุติความเกลียดชัง-หยุดยิง
การเมือง
09 พ.ย. 2566 | thanita_boo

สถานทูตส่งร่างแรงงานชุดสุดท้ายกลับถึงไทยแล้ว ขณะที่ กต.ออกแถลงการณ์กังวลต่อเหตุโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยทางตอนเหนือกาซา เรียกร้องยุติความเกลียดชัง-หยุดยิง
9 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศ ลำเลียงการส่งร่างผู้เสียชีวิต ครั้งที่ 4 จำนวน 8 ราย เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 เวลา 15.30 น. (เวลาท้องถิ่นของอิสราเอล) โดยร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมด ได้ถึงประเทศไทยแล้ววันนี้ (9 พ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 12.15 น.
ทั้งนี้ ก่อนการลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย โดย น.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล พร้อมด้วย นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม เป็นผู้แทนฝ่ายไทย เข้าร่วมพิธีไว้อาลัยการส่งร่างผู้เสียชีวิต ครั้งที่ 4 จำนวน 8 ราย ที่บริเวณลานบินของท่าอากาศยานเบนกูเรียน กรุงเทลอาวีฟ
ขณะที่ ผู้แทนฝ่ายอิสราเอลเข้าร่วมพิธี ประกอบด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้แทนทางการอิสราเอล ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียของคนไทย ทั้ง 8 ราย ซึ่งล้วนแต่เดินทางมาไกล และทำงานอย่างหนักในภาคเกษตรกรรมของอิสราเอล เพื่อสนับสนุนจุนเจือครอบครัว และให้ความมั่นใจว่า ทางการอิสราเอล จะเคารพสิทธิของผู้เสียชีวิตทั้งหมดอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ได้ขอส่งกำลังใจในการช่วยเหลือตัวประกันชาวไทยให้ได้โดยเร็วที่สุด
ขณะที่ เอกอัครราชทูตไทยยังได้ขอบคุณผู้มาร่วมพิธีทุกคน ที่เดินทางมาส่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย เพื่อให้เกียรติต่อผู้วายชนม์ และหวังว่าการส่งร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สงครามครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ ยังมีแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์การโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลีย ทางตอนเหนือในฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2566 ว่า ประเทศไทย มีความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อการบาดเจ็บ และเสียชีวิตของพลเรือนจำนวนมาก ประเทศไทย ขอไว้อาลัยแก่เหยื่อ และแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้สูญเสีย
โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ยุติความเกลียดชัง และดำเนินการเพื่อนำไปสู่การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์โดยทันที เพื่อเปิดโอกาสให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเรียกร้องให้มีการปกป้องพลเรือน โรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มที่ตามกฎหมายมนุษยชนระหว่างประเทศ