ขณะที่ "นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" ในฐานะประธานกรรมการด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ พปชร. กล่าวว่า ภารกิจของพรรค คือ การทำงานร่วมกัน โดยความสำเร็จของการเลือกตั้ง คือ เป้าหมายของพรรค ความนิยมของพรรคเป็นไปตามกระแสการเมือง ซึ่งมีความสำคัญและมีผลต่อการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ และตนหวังว่าในครั้งหน้า สส.ทั้ง 39 บวก 1 คน จะได้กลับมาอีก วันนี้ต้องปรับภาพลักษณ์ของพรรค ซึ่งไม่ใช่ว่ามีปัญหา แต่เมื่อบริบทการเมืองเปลี่ยนแปลง ต้องปรับภาพลักษณ์ของพรรคให้สอดคล้องกับบริบทการเมือง สอดรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น จะต้องช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ของพรรคให้เป็นที่นิยม
"จาก 3-4 เดือน ที่มีการประเมินในหลายพื้นที่ ภาพลักษณ์ของพรรคเรากำลังพลิกกลับมา เนื่องจากการเมืองภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองจะพลิกกันไปพลิกกันมา พรรคนี้อาจจะมาแล้วแต่อาจจะแผ่ว บางพรรคอาจไปสะดุดขาตัวเองบางเรื่อง อีกสิ่งหนึ่งคือเราต้อง ตอบตัวเองให้ได้ว่าใครคือโหวตเตอร์ที่สนับสนุนพรรค ทุกท่านที่ผ่านการเลือกตั้งเรารู้อยู่แล้วว่าเสียงของเราอยู่ที่ไหน เราจะต้องปรับตัวเองให้สอดรับกับฐานเสียงของพรรคและตรงไหนที่ฐานเสียงเรายังไปไม่ถึงเราจะปรับตัวอย่างไร" นายสนธิรัตน์ กล่าว
สำหรับการทำงานของพรรคต้องสร้างการยอมรับ ทั้งนโยบายการทำงาน ภาพบุคลากรของพรรคต้องโดดเด่น จึงต้องร่วมกันทำงานทุกฝ่าย ยุคนี้พรรคต้องปรับบทบาทในสภาให้โดดเด่น เพราะประชาชนมองบทบาทของ สส. ในสภา ซึ่งจากที่ตนและคณะได้ติดตาม การทำงาน สส.ในสภา ก็เปลี่ยนแปลงไปมาก ได้เก็บทุกคลิปที่ สส. พรรคอภิปรายมาสื่อสารในพรรค รวมถึงผลงานของพรรคต้องจับต้องได้ และในมิติของการบริหารในกระทรวงที่พรรครับผิดชอบ ผลงานของกระทรวง คือ ผลงานของพรรค และขยายลงพื้นที่
"เป้าหมายของพรรคต้องยืนหยัดเป็นสถาบันทางการเมือง พรรคจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และจะต้องเป็นพรรคที่จะเข้าไปสู่การเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างสง่าภาคภูมิ และเป้าหมายคือทุกท่านต้องกลับมา และการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะต้องได้ สส. มากกว่าเดิม แต่วันนี้เร็วเกินไปที่จะบอกว่าได้ สส. เท่าไหร่ ซึ่งทุกคนจะต้องช่วยกันในจังหวัดของท่านจะต้องขยายเขตเลือกตั้ง และเตรียมสรรหา ผู้สมัครที่มีความแข็งแกร่งรองรับเอาไว้ สส. แต่ละจังหวัดนอกจากจะมีหน้าที่รักษารักษาพื้นที่แล้ว ยังจะต้องมองพื้นที่ที่มีโอกาสที่เรามีบุคลากรมีผู้สมัครในอนาคตมาทำงานร่วมกัน เพื่อเตรียมการเลือกตั้งครั้งต่อไป" นายสนธิรัตน์ ระบุ
นอกจากนี้ ทุกคนต้องทำหน้าที่เชื่อมโยงกับกระทรวง เชื่อมโยงกับรองนายกฯ ซึ่งตนได้เรียนกับ "พล.ต.อ.พัชราวาท วงษ์สุวรรณ" รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค ก็พร้อมทำงานร่วมกับพรรค และจะมาร่วมประชุมพรรคให้บ่อยขึ้น ภารกิจที่พรรครับผิดชอบ จะต้องเกิดประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศ คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไม่ใช่เป็นเรื่องของพรรค แต่ทั้งหมดเป็นความตั้งใจของหัวหน้าพรรค ที่ต้องการให้ทำงานร่วมกัน